วันที่ 31 ก.ค. ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ รัฐสภา คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เป็นประธาน พร้อมด้วย นายดนุพร ปุณณกันต์ และนายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ รองประธานกรรมาธิการ รวมถึงคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ และนักวิชาการ ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อพิจารณาติดตามความคืบหน้า กรณีการดำเนินคดีกับอดีตประธานสโมสรฟุตบอลแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายการพนันออนไลน์อันเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
โดยที่ประชุมได้เชิญตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง โดยเฉพาะในประเด็นที่ยังมีความคลุมเครือเกี่ยวกับคำสั่ง “ไม่ฟ้อง” ในคดีดังกล่าว ทั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความเห็นสั่งฟ้องและยังมีการตั้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน
ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ ได้ตั้งคำถามต่อหน่วยงานหลายอย่าง อาทิ กระบวนการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้อง การดำเนินการอายัดทรัพย์สินที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ความชัดเจนของพยานหลักฐานในชั้นพนักงานสอบสวน และความจำเป็นในการพิจารณาคดีอย่างรอบคอบในชั้นอัยการสูงสุด ซึ่งหากเปรียบเทียบคดีนี้กับ “ลำพูน วอริเออร์” มันได้สะท้อนความเหลื่อมล้ำของการบังคับใช้กฎหมาย
ซึ่งคดีของอดีตประธานสโมสรฟุตบอลลำพูน วอริเออร์ มีการดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สิน 221 รายการ มูลค่ารวมกว่า 671 ล้านบาท ขณะที่คดีของอดีตประธานสโมสรฟุตบอลดังกล่าวแห่งนี้ แม้จะมีพฤติการณ์ใกล้เคียงกัน แต่กลับยังไม่มีการอายัดทรัพย์หรือคำสั่งฟ้องอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่ นายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า ประชาชนจำนวนไม่น้อยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเว็บพนันออนไลน์ ความชัดเจนในการดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม จึงมิใช่เพียงเรื่องของกระบวนการยุติธรรม แต่คือการทวงคืนความเชื่อมั่นของสังคมในหลักนิติธรรมที่แท้จริง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนรอบด้าน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เชิญตัวแทนจากสำนักงานอัยการสูงสุดเข้าร่วมประชุมในครั้งต่อไป เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการพิจารณาคดี รวมถึงการใช้ดุลพินิจทางกฎหมายในกรณีที่มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งอาจเป็นประเด็นสำคัญต่อความเข้าใจของสาธารณชนด้วย.






