สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ว่า สถิติการจดทะเบียนสมรสของจีน ลดลงติดต่อกัน 9 ปี ระหว่างปี 2556-2565 ก่อนฟื้นตัวเล็กน้อยในปี 2565 แต่กลับมาลดลงอีกตั้งแต่ปี 2567 โดยสถิติเมื่อเดือน เม.ย. ระบุว่า การจดทะเบียนสมรสในจีนในไตรมาสแรกของปีนี้ หรือระหว่างเดือน ม.ค.-มี.ค. อยู่ที่ 1.81 ล้านครั้ง ลดลง 8% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี


ขณะที่การคำนวณแบบอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่า จำนวนประชากรอายุ 20-39 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มวัยสมรสหลัก อยู่ที่ราว 435 ล้านคน เมื่อปี 2556 แต่ตัวเลขดังกล่าวลดลงอยู่ที่ราว 371 ล้านคน ในปี 2566 ลดลงราว 64 ล้านคน


ทัศนคติต่อการแต่งงานที่เปลี่ยนแปลงไป และแรงกดดันทางการเงินอยู่เบื้องหลังการลดลงของการจดทะเบียนสมรส ขณะเดียวกัน ระดับการศึกษาที่สูงขึ้นและการให้ความสำคัญกับแนวคิดปัจเจกนิยม (individualism) ที่เพิ่มขึ้น ได้ท้าทายมุมมองดั้งเดิมต่อการแต่งงานยิ่งขึ้นด้วย

นอกจากนี้ อัตราการแต่งงานที่ลดลงยังอาจเป็นปัจจัยเชื่อมโยงกับอัตราการเกิดที่ลดลง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เพิ่มความกังวลในวงกว้าง ซึ่งทางการจีนได้ออกสารพัดนโยบายและมาตรการสนับสนุนการแต่งงานมาสวนกระแสดังกล่าว โดยเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา จีนบังคับใช้กฎหมายการจดทะเบียนสมรสฉบับแก้ไข ซึ่งลดความยุ่งยากด้านเอกสารและเพิ่มความยืดหยุ่นในการจดทะเบียนสมรส


ข้อบังคับที่ปรับปรุงใหม่ ขจัดข้อกำหนด “ทะเบียนบ้าน” ซึ่งเคยต้องใช้ในการจดทะเบียนสมรสมานาน นับจากนี้ คู่สามีภรรยาสามารถจดทะเบียนสมรส ณ สำนักทะเบียนที่ถูกต้องตามกฎหมายทั่วประเทศ โดยไม่ต้องอ้างอิงที่อยู่ตามทะเบียนบ้านอีกต่อไป นอกจากนั้น จีนยังขยายวันลาสมรสในภูมิภาคระดับมณฑลอย่างน้อย 27 แห่ง


ช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนดำเนินโครงการรณรงค์ลดค่าสินสอดที่สูงเกินไปและการจัดงานแต่งงานที่ฟุ่มเฟือยในพื้นที่ชนบท เพื่อลดภาระอันไม่สมเหตุสมผลในการแต่งงาน พร้อมบังคับใช้การตีความทางกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการข้อพิพาทเรื่องค่าสินสอด เมื่อเดือน ก.พ. 2567 ซึ่งห้ามเรียกร้องเงินหรือทรัพย์สินอื่น ๆ ในนามของการแต่งงาน.

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : AFP