เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของความเห็นประชาชน เรื่อง “เปิดประเทศ 2 อาทิตย์แล้ว เป็นอย่างไรบ้าง” กลุ่มตัวอย่าง 1,320 คน สำรวจระหว่าง วันที่ 15-16 พ.ย. โดยความคิดเห็นต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ตั้งแต่เปิดประเทศ เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา ร้อยละ 48.11 ระบุว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเหมือนเดิม ร้อยละ 29.85 ระบุว่า ค่อนข้างดีขึ้น ร้อยละ 9.62 ระบุว่า ค่อนข้างแย่ลง ร้อยละ 8.94 ระบุว่า แย่ลงมาก และร้อยละ 3.48 ระบุว่า ดีขึ้นมาก สำหรับความพึงพอใจต่อมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ประชาชนร้อยละ 42.88 ค่อนข้างพอใจ ร้อยละ 29.09 ไม่ค่อยพอใจ ร้อยละ 17.04 ไม่พอใจเลย ร้อยละ 8.64 พอใจมาก และร้อยละ 2.35 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ส่วนด้านความกังวลต่อการแพร่ระบาดจะรุนแรงขึ้นใน 1-2 เดือนข้างหน้านั้นพบว่า ร้อยละ 43.11 ค่อนข้างกังวล เพราะ มาตรการป้องกันยังไม่เข้มงวด จำนวนผู้ติดเชื้อฯ ในประเทศยังสูง และประชาชนบางส่วนยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ร้อยละ 32.50 ระบุว่า กังวลมาก เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา อาจเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อฯ สายพันธุ์ใหม่ ๆ และประชาชนบางส่วนยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด 19 ร้อยละ 15.23 ระบุว่าไม่ค่อยกังวล เพราะอยู่ในพื้นที่ที่ควบคุมโรคได้ดี ประชาชนป้องกันตัวเองเป็นอย่างดี และฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ขณะที่บางส่วนระบุว่า ต้องปรับตัวเพื่ออาศัยอยู่ร่วมกับเชื้อฯ ให้ได้ ร้อยละ 8.86 ระบุว่าไม่กังวลเลย เพราะรัฐบาลมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการควบคุมการระบาดได้ดี และประชาชนมีการป้องกันตัวเองอย่างดี ขณะที่บางส่วนระบุว่าฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว และร้อยละ 0.30 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ  

เมื่อถามถึงการให้ความสำคัญของประชาชนระหว่างความอยู่รอดทางเศรษฐกิจกับความปลอดภัยของสุขภาพ (เช่น ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19) พบว่า ร้อยละ 58.94 เลือกความปลอดภัยของสุขภาพ แม้ต้องอยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก ร้อยละ 27.58 เลือกความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ แม้ว่าจะต้องเสี่ยงกับความปลอดภัยของสุขภาพ และร้อยละ 13.48 ระบุว่า อะไรก็ได้แล้วแต่รัฐบาลจะเห็นสมควร ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบผลสำรวจกับเดือน มิ.ย. 2564 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า เลือกความปลอดภัยของสุขภาพ แม้ว่าจะต้องอยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก มีสัดส่วนลดลง ในขณะผู้ที่ระบุว่า เลือกความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ แม้ว่าจะต้องเสี่ยงกับความปลอดภัยของสุขภาพ และอะไรก็ได้แล้วแต่รัฐบาลจะเห็นสมควร มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น.