ส่วนการเมืองภายในประเทศสถานการณ์ก็งวดเข้ามาทุกขณะ ล่าสุดกรณีศาลรัฐธรรมนูญเดินเครื่องแบบฟาสต์แทร็กฟัน “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ปมโยกงบสภาผู้แทนราษฎรลงพื้นที่ตัวเอง ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ตามคำร้องของ “ภัณฑิล น่วมเจิม” สส.กทม.พรรคประชาชน และสส.รวม 121 คน จนร่วงทั้งจากเก้าอี้ สส.และรองประธานสภาฯ พร้อมตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี
โดยรัฐธรรมนูญมาตรา 144 วรรคสอง ระบุห้ามการเสนอ แปรญัตติ หรือกระทำใด ที่มีผลให้ สส. สว. หรือ กมธ. มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ในการใช้งบประมาณรายจ่าย ซึ่งจะกระทำมิได้
ด้าน “ภัณฑิล” ระบุว่า นายพิเชษฐ์มี 2 หมวก คือหมวกที่เป็น ส.ส.เป็นตัวแทนประชาชน และหมวกที่เป็นรองประธานสภาฯ เป็นเหมือนฝ่ายบริหาร ฝ่ายการเมืองของข้าราชการประจำรัฐสภา ซึ่งในหมวกหนึ่งก็มีหน้าที่ที่สามารถกำหนดนโยบายเฉกเช่นเดียวกับ รมว.หรือ รมช.ที่เป็นฝ่ายบริหาร การกำหนดนโยบายนั้นไม่ได้ผิด ตราบใดถ้าไม่มีการขัดกันแห่งผลประโยชน์ที่เหมือนชงเองตบเอง
“ถึงแม้ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่เขาก็มีหน้าที่วินิจฉัยไปตามกฎหมายว่ามาตรา 144 มันห้าม ส.ส.เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินงบประมาณ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการ”ภัณฑิลระบุ
ทั้งนี้หลายฝ่ายจับตาไปถึงกรณี “ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มอดีต สว. ยื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และถอดถอน ครม. สส. และ สว. หลังพบว่า กระทำผิด ม.144 รัฐธรรมนูญ และ ม.88 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พุ่งเป้ารัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2568 จำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท ใช้ในโครงการ ‘เงินหมื่นดิจิทัลฯ’ ซึ่งมีการยื่นเรื่องเมื่อ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา
แต่เรื่องยังถูกดองไว้ที่ ป.ป.ช. จน“ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม” อดีต สว.ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กจี้ไปยัง ป.ป.ช. ว่า ประชาชนทั้งประเทศสงสัยคำว่า “โดยพลัน” ที่ ป.ป.ช. รับเรื่อง ครม. สส. และ สว. ทำผิดตาม รธน. ม.144 เพราะใช้เวลา 2 เดือนกว่ามาแล้ว ยังเก็บเรื่องตรวจเงื่อนไขการฟ้องไว้โดยไม่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสิน “พจนานุกรมต้องนิยามคำนี้ใหม่ หรือไม่ต้องมีคนฟ้องเอาผิด ปปช. แล้วล่ะครับ”
ตามด้วยฝ่ายแค้นอย่าง‘เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” สมาชิกพรรคพลังประชาชน ในฐานะกมธ.งบประมาณฯ 69 ที่รีบชงเข้มไป ป.ป.ช.อีกกระทง ให้เร่งส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปม ครม.และ สส. ที่ลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ 69 จะต้องพ้นจากตำแหน่งหรือสิ้นสุดสมาชิกภาพตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี ‘พิเชษฐ์’ เมื่อวันที่ 1 ส.ค.หรือไม่
พร้อมย้อนเกล็ดพรรคประชาชน สส. 121 คน ในฐานะผู้ร้อง หรือ สว.ที่ไม่เสนอความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไปตามผลของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะมีความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ตามความในมาตรา 234 (1) หรือไม่
มาถึงจุดนี้ “พรรคประชาชน” เองก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในการใช้องค์กรอิสระ โดยเฉพาะ“ศาลรัฐธรรมนูญ” ในการทำ“นิติสงคราม” ซึ่งสวนทางกับแนวทางที่เคยเป็นมานับตั้งแต่ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคก้าวไกลที่สิ้นชื่อก็ด้วยศาลรัฐธรรมนูญ จนมีการเรียกหาการ “ปฏิรูปองค์กรอิสระ” ดังนั้นจากนี้จึงต้องจับตาดูผลพวงจากการใช้องค์กรอิสระฟาดฟันกันในทางการเมืองว่าจะกลายเป็นการขว้างงูไม่พ้นคอหรือไม่.



