สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ว่า โครงการนำร่องดังกล่าว กำหนดให้ผู้สมัครจากบางประเทศต้องวางเงินประกัน “ไม่น้อยกว่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ” (ราว 161,700 บาท) ประกอบการพิจารณาอนุมัติวีซ่า โดยจะมีการคืนเงินให้ หากผู้สมัครปฏิบัติตามข้อกำหนดทุกประการ แต่จะถูกริบหากอาศัยอยู่เกินกำหนด
คำประกาศระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่อาจกำหนดให้ชาวต่างชาติจากประเทศที่มี “อัตราการอยู่เกินวีซ่าสูง” ตามรายงานของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิเมื่อปี 2566 ต้องชำระเงินประกันสูงถึง 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 485,100 บาท)
Whoa: US to Launch Up to $15,000 Bond Requirement for Tourist and Business Visas https://t.co/ZX2mqqV1uo via @TheBulkheadSeat pic.twitter.com/WhkEv3iRcI
— BoardingArea (@BoardingArea) August 4, 2025
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ ระบุว่า โครงการนำร่องนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาล ในการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง และเพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่า “ประเทศใด” ที่จะได้รับผลกระทบจากกฎดังกล่าวบ้าง
อนึ่ง โครงการนี้ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 20 ส.ค. จะมีผลบังคับใช้กับผู้ยื่นขอวีซ่าประเภท “บี-1” หรือ “บี-2” สำหรับผู้ที่ไม่ได้พำนักถาวร และผู้จ่ายค่าประกันจะต้องเข้าและออกจากสหรัฐ ตามรายชื่อสนามบินที่ได้เลือกไว้ล่วงหน้า.
เครดิตภาพ : AFP



