เมื่อวันที่ 5 ส.ค. พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ โฆษกกรมควบคุมโรค (คร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อกังวลศพตามชายแดน ว่า คำแนะนำเรื่องการจัดการกับศพเพื่อป้องกันโรคนั้น จะมีเรื่องการสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น สวมชุด PPE ถุงมือสองชั้น หน้ากากอนามัย หรือ N95 แว่นตากันละออง รองเท้าบู๊ตกันน้ำ แต่ในกรณีพื้นที่ชายแดนครั้งนี้ เราไม่สามารถข้ามไปจัดการศพที่อยู่ในพื้นที่ของอีกประเทศได้ ประเด็นคือ หากมีการทิ้งศพไว้ไม่จัดการจนเน่าสลายและมีกลิ่นเหม็น จะมีผลกระทบอย่างไรกับทหาร เจ้าหน้าที่ ประชาชนตามชายแดนหรือไม่

พญ.จุไร กล่าวว่า เรื่องโรคติดต่อจากกรณีกลิ่นศพนั้นไม่มี ส่วนใหญ่กลิ่นเหม็นที่เกิดขึ้นเป็นสารชีวภาพ ที่เกิดจากการย่อยสลายของศพ เช่น Putrescine และ Cadaverine เป็นต้น ซึ่งสาร 2 ตัวนี้ หากมีปริมาณมากก็จะมีกลิ่นฉุนมาก ก็จะส่งผลให้เกิดการระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ เยื่อบุตา จมูก และผิวหนัง หากเป็นมากจะทำให้คลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ จึงแนะนำให้ผู้ที่ต้องสัมผัสกลิ่น สวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน โดยเฉพาะอาจเป็นแบบมีแผ่นกรองคาร์บอนที่จะช่วยกรองกลิ่น และอาจมีการหยดน้ำมันหอมระเหย เช่น เมนทอล ยูคาลิปตัส เพื่อลดผลกระทบจากกลิ่น

“เรื่องโรคระบาด หากผู้เสียชีวิตไม่ได้ป่วยเป็นโรคระบาดรุนแรง อย่างไวรัสอีโบลา วัณโรค ฯลฯ หรือไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อ โอกาสแพร่เชื้อโรคจากศพเป็นไปได้น้อยมาก โดยปกติเมื่อเสียชีวิตไปแล้วภายใน 2 ชั่วโมง ส่วนใหญ่เชื้อโรคจะตายหมด ที่ผ่านมายังไม่เคยมีการรายงานว่า เกิดโรคระบาดจากศพที่เป็นผลจากภัยธรรมชาติแต่อย่างใด” พญ.จุไร กล่าว

โฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวต่อว่า ส่วนข้อกังวลที่ว่า หากศพถูกปล่อยทิ้งไว้ และไม่ได้รับการจัดการที่ถูกต้อง จะมีสิ่งคัดหลั่งออกจากศพ พวกน้ำเหลือง อุจจาระ และอาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนไปกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีพวกสัตว์ปีก แมลง นก ไปยุ่งกับศพ โอกาสแพร่กระจายเชื้ออาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ ซึ่งจำเป็นต้องมีการดูแลในเรื่องน้ำดื่มน้ำใช้ให้ดี สำหรับโรคทางเดินหายใจ ไข้หวัดใหญ่ ละอองเชื้อไม่ได้มากับกลิ่น (โรคจะติดจากการรับเชื้อจากการไอจามจากผู้ป่วย ใกล้ชิดในระยะ 1 เมตร)  ส่วนวัณโรคจะฟุ้งในอากาศ ซึ่งเมื่ออยู่ในพื้นที่เปิดโล่ง โอกาสรับเชื้อย่อมน้อย

พญ.จุไร กล่าวอีกว่า ส่วนไข้หวัดนก ที่กังวลเรื่องสัตว์ปีกไปยุ่งกับศพ และอาจนำเชื้อมาแพร่กระจายนั้น โอกาสติดเชื้อน้อยมากเช่นกัน จากข้อมูลผู้ป่วยไข้หวัดนกในเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดจับสัตว์ปีกที่ป่วยตาย ซึ่งโอกาสที่จะมีละอองจากนกติดเชื้อ และเราสูดดมเชื้อเข้าไปจึงยากมาก เพราะอยู่ในพื้นที่เปิดโล่ง ขออย่ากังวล แนะนำให้ดูแลสุขอนามัยที่ดี เน้นการล้างมือบ่อยๆ และไม่ไปสัมผัสสัตว์ปีกป่วยตาย ขณะเดียวกัน กรมควบคุมโรค ยังมีระบบเฝ้าระวังป้องกันโรคระบาดอย่างต่อเนื่องตลอด

“กรมควบคุมโรค มีหน่วยงานในพื้นที่ที่ดูแลระบบการเฝ้าระวัง ติดตาม และให้คำแนะนำกับประชาชนอยู่เสมอ นอกจากนี้ กรมฯ ยังจัดส่งหน้ากากที่มีแผ่นกรองคาร์บอนไปในพื้นที่ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ย้ำว่า ณ ปัจจุบันยังไม่เคยมีโรคระบาดที่เกิดจากศพที่เสียชีวิตจากภัยธรรมชาติ” พญ.จุไร กล่าว