กรณี ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริการวิชาการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และนักอาชญาวิทยาเชิงพฤติกรรม ปรากฏตัวในรายการ “โหนกระแส” เปิดใจถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้ ได้โพสต์ข้อความในโลกโซเชียลรัว ๆ แบบไม่ไว้หน้าใคร โดยเจ้าตัวยอมรับว่า สิ่งที่โพสต์นั้น “กระทบหลายคน หลายอาชีพ” และเจตนาเพื่อเตือนสติสังคม เกี่ยวข้องกับการ “สื่อสารกับวิญญาณ” ไม่เชื่อเรื่องสื่อวิญญาณ ซัดชัดเป็น “พฤติกรรมเข้าข่ายหลอกลวง” เตือนประชาชนอย่าเชื่อแบบไร้ข้อสงสัย ชี้ศรัทธาไม่ใช่งมงาย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
“ดร.ตฤณห์”ซัดแรง! “วิชาสื่อวิญญาณไม่มีจริง” ชี้มิจฉาชีพแฝงตัวในคราบผู้วิเศษ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวัน 6 ส.ค. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวถึงกรณีที่เพจดังออกมาแฉหมอแก้กรรมคนดัง สร้างประวัติปลอมหลอกแฟนคลับ ทั้ง อดีตเคยมีผู้เสียหายร้องเรียนทัวร์ต้มตุ๋น โดนหลอกซื้อทัวร์ไปประเทศญี่ปุ่น มูลค่าความเสียหาย 4 ล้านบาท ทั้งมีเรื่องเงินพัวพันกับวัดดัง ว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีการร้องเรียนมาที่กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ถึงเรื่องหมอดูรายนี้ ตอนนี้ได้มีการพูดคุยและกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องที่มีการแอบอ้างชื่อวัดและชื่อเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง โดยไปเกี่ยวข้องกับเงินบริจาค ซึ่งก็ต้องดูว่าหากนำเงินไปให้เจ้าอาวาสจริง เจ้าอาวาสวัดดังกล่าวนำเงินไปทำอะไร

ส่วนที่นักวิชาการคนหนึ่งบอกว่าอาจจะเข้าข่ายการฉ้อโกง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มองว่า คิดว่าอาจจะเข้าข่ายฉ้อโกง อย่างไรก็ตามจะต้องดูก่อนว่าเงินดังกล่าวถูกนำไปใช้อย่างไรต่อ หากเจ้าอาวาสนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ก็จะเป็นอีกเรื่องด้วย
ส่วนของการเปิดบัญชีเป็นชื่อวัดเพื่อรับบริจาค แต่กรรมสิทธิ์ในการเบิกเงินมีแค่หมอดูเพียงคนเดียวสามารถทำได้หรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า ไม่สามารถทำได้ การเอาชื่อวัดไปใช้ก็ต้องเอาไปให้วัด เพราะถือว่าเป็นบัญชีของวัด และในการเปิดบัญชีที่เป็นชื่อวัด จะต้องมีกรรมการวัด และมีเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่สามารถทำได้แค่บุคคลเดียว และทุกอย่างต้องเข้าระบบวัด

เมื่อถามว่าจะต้องตรวจสอบเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวด้วยใช่หรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า จะต้องตรวจสอบด้วยเช่นเดียวกัน ว่าเงินที่ได้จากการบริจาคนำไปใช้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์หรือไม่ หากไม่ถูกวัตถุประสงค์ก็จะเข้าข่ายว่ามีความผิด นอกจากนี้ยังยกตัวอย่างกรณีของวัดไร่ขิง ที่อดีตเจ้าอาวาสตั้ง QR Code ที่ร้านค้าสวัสดิการ โดยอ้างว่าเป็นบัญชีวัด แต่เมื่อสแกนแล้วกลับเป็นบัญชีบุคคล
เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะมีการขยายผลเรื่องหมอดูอย่างไร พล.ต.ต.จรูญเกียรติ บอกว่า ตนเองได้มีการพูดคุยกับผู้บังคับการ และทางผู้กำกับกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามแล้ว หากดูแล้วว่าเข้าข่ายฉ้อโกง ก็จะให้ทางกองปราบฯ เข้าไปดูแลคดี แต่ถ้าเป็นการทุจริต ตนเองจะเข้าไปดูแลเอง



