สำนักอัยการรัฐแห่งเม็กซิโก แถลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า กรณีการค้นพบซากศพมนุษย์ที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในบ้านร้างหลังหนึ่งในรัฐกัวนาฮัวโต ประเทศเม็กซิโก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นชิ้นส่วนศพของเหยื่อทั้งหมด 32 ราย

สำนักงานอัยการรัฐกล่าวว่า จนถึงขณะนี้ สามารถระบุตัวตนจากซากศพเหล่าได้แล้ว 15 ราย การพบชิ้นส่วนศพเหล่านี้เกิดขึ้นระหว่างการสืบหาบุคคลสูญหายในเมืองอิราปัวโต รัฐกัวนาฮัวโต

รายงานข่าวท้องถิ่นระบุว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนพบชิ้นส่วนร่างกายในถุงพลาสติก ซากศพทั้งหมดอยู่ในสภาพ “กระจัดกระจายและยุ่งเหยิง” ซึ่งทำให้กระบวนการระบุตัวตนมีความซับซ้อนยุ่งยาก 

ญาติของผู้สูญหายซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม “Hasta encontrarte” (“จนกว่าฉันจะพบเธอ”) ได้เดินทางมายังสถานที่เกิดเหตุเมื่อวันจันทร์ โดยหวังว่าจะได้ข่าวคราวเกี่ยวกับคนที่พวกเขารักหรือหลักฐานใหม่ๆ

“เราหวังว่าจะได้พบคนของเรา” หญิงคนหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยกล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี “ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่เราก็ยังไม่ได้ข่าวอะไรเลย พอพบหลุมศพหมู่เหล่านี้ เราก็อยากจะมาดู”

รัฐกัวนาฮัวโตในเม็กซิโกตอนกลางเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่เจริญรุ่งเรืองและเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมหลายแห่ง แต่ก็เป็นรัฐที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดของประเทศเนื่องจากสงครามแย่งชิงพื้นที่ของแก๊งอาชญากรรม ตามสถิติการฆาตกรรมอย่างเป็นทางการ

ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 11 ราย และบาดเจ็บอีกประมาณ 20 ราย จากเหตุการณ์ยิงกันที่งานปาร์ตี้ในย่านอิราปัวโต

หนึ่งเดือนก่อนหน้านั้น เจ้าหน้าที่สืบสวนพบศพ 17 ศพในบ้านร้างในเมืองเดียวกัน 

ความรุนแรงส่วนใหญ่ในกัวนาฮัวโตเชื่อมโยงกับความขัดแย้งระหว่างแก๊งซานตาโรซา เดลิมาและแก๊งฮาลิสโก นิวเจเนอเรชัน ซึ่งเป็นหนึ่งในแก๊งที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศละตินอเมริกา

มีรายงานคดีฆาตกรรมในกัวนาฮัวโตมากกว่า 3,100 รายในปีที่แล้ว ซึ่งมากที่สุดเมื่อเทียบกับรัฐอื่นๆ ในเม็กซิโก คิดเป็น 10.5 % ของคดีฆาตกรรมทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีคดีบุคคลสูญหายอีกประมาณ 3,600 คดี จากทั้งหมดกว่า 120,000 คดีทั่วประเทศ

เครดิตภาพ : AFP