สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่า การขาดดุลการค้าโดยรวมของประเทศลดลง 16% เหลือ 60,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.9 ล้านล้านบาท) จาก 71,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.3 ล้านล้านบาท) เมื่อเดือน พ.ค.

นายโอเรน คลาชกิน นักเศรษฐศาสตร์ตลาดการเงินจากเนชันไวด์ กล่าวว่า เนื่องจากมีการกำหนดแผนให้อัตราภาษีที่สูงขึ้นมีผลบังคับใช้ ความไม่แน่นอนของนโยบายจึงคลี่คลายลงในบางส่วน แต่ธุรกิจที่หวังให้ “เป็นเพียงแค่คำขู่” ต้องปรับตัวให้เข้ากับความเป็นจริงที่ว่า “ภาษีจะยังคงอยู่ต่อไป”

การขาดดุลเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ลดลงเนื่องจากการนำเข้าลดลง 3.7% เหลือ 337,500 ล้านบาท (ราว 10 ล้านล้านบาท) ขณะที่การส่งออกลดลง 0.5% เหลือ 277,300 ล้านบาท (ราว 8.9 ล้านล้านบาท)

การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 8,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 271,958 ล้านบาท) สินค้าอุตสาหกรรมและวัสดุลดลง 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 87,415 ล้านบาท) ขณะที่รถยนต์และชิ้นส่วนลดลง 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 42,087 ล้านบาท)

ด้านการส่งออกลดลงเหลือ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 42,087 ล้านบาท) โดยรวมถึงสินค้าอุตสาหกรรม.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES