เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่รัฐสภา สส.พรรคประชาชน นำโดย นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และนายมานพ คีรีภูวดล สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมแถลงข่าวภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา ต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์
โดยนายเลาฟั้ง กล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของผลงานของคณะทำงานปีกชาติพันธ์ุของพรรคประชาชน ซึ่งได้เสนอร่างต่อสภาตั้งแต่ยังเป็นพรรคก้าวไกล เข้าวาระ 1 เมื่อต้นปี 2567 ใช้เวลาประมาณหนึ่งปีครึ่งในชั้นกรรมาธิการ เราต้องต่อสู้ทางความคิดกับหน่วยงานราชการโดยเฉพาะหน่วยงานความมั่นคง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการต่างประเทศ หลักการหลายอย่างจึงหล่นหายไประหว่างทาง
นายเลาฟั้ง กล่าวอีกว่า โดย 2 เรื่องใหญ่ที่ยังเป็นปัญหาคือ 1.พรรคประชาชนเสนอให้มีการห้ามการโฆษณาหรือเผยแพร่ลักษณะที่เป็นการเหยียดหยาม สร้างความเกลียดชัง หรือเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ในชั้น สว. ตัดออก เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะทุกวันนี้ยังมีการเผยแพร่ทางสื่อโดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย โจมตีและสร้างความเกลียดชังต่อกลุ่มชาติพันธ์ุ
นายเลาฟั้ง กล่าวว่า 2.การประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธ์ุ และยกเลิกการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ที่กระทบต่อการดำเนินชีวิตของกลุ่มชาติพันธ์ุ เรื่องนี้ถูกตัดออกไปตั้งแต่ในชั้นสภาผู้แทนฯ และในชั้น สว. ยังเขียนเพิ่มด้วยว่า ต้องไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงเขตหรือสถานะหรือเพิกถอนสภาพพื้นที่ของรัฐ ซึ่งยิ่งตอกย้ำการตัดโอกาสของกลุ่มชาติพันธ์ุที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตในพื้นที่ที่พวกเขาอยู่อาศัย
นายเลาฟั้ง กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ถือเป็นกฎหมายฉบับแรกที่คุ้มครองสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ ในอดีตเรามีรัฐธรรมนูญที่ระบุหลักการกว้าง ๆ แต่วันนี้เป็นการสถาปนาในระดับพระราชบัญญัติ เป็นก้าวที่สำคัญมาก ดังนั้นหลังจากนี้เรายังต้องต่อสู้ในการออกกฏหมายลำดับรองและต้องแก้ไข พ.ร.บ. อีกหลายฉบับ เป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรและภารกิจของพรรคประชาชนที่จะดำเนินการต่อไป
นายเลาฟั้ง กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ที่มีส่วนสำคัญมากในการผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ ขอบคุณสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ภาคประชาชน นักวิชาการ และสื่อมวลชนที่ติดตามนำเสนอเรื่องนี้ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายมานพ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของประเทศไทย การผ่านกฎหมายฉบับนี้ทำให้พี่น้องชาติพันธ์ุมีพื้นที่ทางการเมืองอย่างชัดเจน เป็นข่าวดีสำหรับวันสากลว่าด้วยชนพื้นเมืองดั้งเดิมของโลก 9 สิงหาคม ที่กำลังจะมาถึง



