สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แถลงว่า ได้ลงนามในคำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อใช้อำนาจตามมาตรา 740 ของรัฐบัญญัติจัดการการปกครองตนเองของเขตปกครองตนเองโคลัมเบีย หมายถึงกรุงวอชิงตัน ซึ่งจะเป็นการทำให้สำนักงานตำรวจนครบาลกรุงวอชิงตัน อยู่ภายใต้การควบคุมของส่วนกลาง


ขณะเดียวกัน ทรัมป์ลงนามในคำสั่งให้กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ 800 นาย ลงพื้นที่กรุงวอชิงตัน เพื่อกระจายกำลังสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง ในการปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐกำหนดระยะเวลาของปฏิบัติการ ต้องเสร็จสิ้นภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่มีการลงนามในคำสั่ง คือวันจันทร์ที่ 11 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น


ทั้งนี้ รัฐบัญญัติจัดการการปกครองตนเองของเขตปกครองตนเองโคลัมเบีย ฉบับปี 2516 ระบุว่า ประธานาธิบดีสามารถมีอำนาจควบคุมการทำงานของตำรวจในกรุงวอชิงตันได้เป็นเวลา 48 ชั่วโมง “ภายใต้เงื่อนไขพิเศษในสถานการณ์ฉุกเฉิน”


อย่างไรก็ตาม หากประธานาธิบดีต้องการควบคุมสำนักงานตำรวจนครบาลกรุงวอชิงตันให้นานกว่า 48 ชั่วโมง ต้องแจ้งให้นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน และสภาเทศบาลกรุงวอชิงตันทราบ และหากต้องการใช้อำนาจนานกว่า 30 วัน ต้องให้สภาคองเกรสบัญญัติเป็นกฎหมาย


เกี่ยวกับเรื่องคนไร้บ้านในกรุงวอชิงตัน ทรัมป์กล่าวว่า “เมืองหลวงคือกระจกสะท้อนภาพรวมของประเทศ หากเมืองหลวงสกปรก เท่ากับทั้งประเทศสกปรก และนานาชาติจะไม่เชื่อถือ” โดยผู้นำสหรัฐกล่าวว่า จะมีการจัดหาที่อยู่ใหม่ให้กับกลุ่มคนไร้บ้าน แต่ยังไม่ได้บอกชัดเจนว่า คือสถานที่แห่งใด


ขณะที่นางมูเรียล โบว์เซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า จริงอยู่ที่กรุงวอชิงตันมีอาชญากรรมเพิ่มขึ้นหลังผ่านยุคโควิด-19 แต่ “แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ที่ผู้นำสหรัฐกระทำการเช่นนี้ พร้อมยกข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า สถิติคดีฆาตกรรมในพื้นที่ลดลง 32% ระหว่างปี 2566-2567 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2562.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES