เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ริมถนนประชาสำราญ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น หลังได้รับแจ้งเหตุวัยรุ่นถูกวัยรุ่นชายสองคนปาขวดใส่ได้รับบาดเจ็บ

ผู้ได้รับบาดเจ็บคือนายอัฐ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ชาวจังหวัดหนองบัวลำภู ถูกขวดปาโดนหน้าผากเป็นแผลยาวประมาณ 5 เซนติเมตร แพทย์เย็บแผล 6 เข็ม ก่อนอนุญาตให้กลับบ้านได้ โดยนายอัฐ เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากสถานบันเทิงปิดให้บริการ ตนและเพื่อนนั่งเล่นอยู่ริมถนนหน้าร้านที่ไปเที่ยว มีหญิงสาว 3 คนซึ่งเป็นรุ่นพี่ในที่เกิดเหตุพูดจาหาเรื่องเพื่อนในกลุ่มตนเอง มีการตะโกนกล่าวหาว่ากลุ่มของตน “อ่อยผู้ชายไปทั่ว” เกิดปากเสียงกัน ก่อนนัดเคลียร์ใจริมถนน

ในช่วงเคลียร์ใจกันอย่างสงบ วัยรุ่นชายสองคนที่ไม่รู้จักขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันผ่านมา จอดรถตะโกนด่าไม่ชัดเจน จากนั้นขี่รถออกไป ส่วนหญิงรุ่นพี่ 3 คนก็ขี่รถออกไปเช่นกัน ตนและเพื่อนยังนั่งเล่นริมถนนต่อ

ไม่นานหลังจากนั้น มีวัยรุ่นชายสองคนคันเดิมขี่รถกลับมาจอดถามว่ามีปัญหาอะไรกับ “น้องผม” ก่อนจะขี่รถออกไป แต่ทันใดนั้นคนซ้อนท้ายก็ปาขวดโซดาใส่หน้าโดยตรง เป็นแผลแตกยาว 5 เซนติเมตร ก่อนที่คู่กรณีจะขี่รถหลบหนีไปทันที เพื่อนของตนจึงขี่รถติดตามถ่ายคลิปเป็นหลักฐาน พร้อมกับพาตนส่งโรงพยาบาล และเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น

นายอัฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนไม่รู้จักกับคู่กรณีและไม่เคยพบในร้านด้วย ตนได้ติดต่อหญิงรุ่นพี่กลุ่มดังกล่าว แต่ถูกปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับคนก่อเหตุ ส่วนตนเชื่อว่าคู่กรณีน่าจะรู้จักกัน เพราะมีการถามถึง “น้องผม” และไม่คิดว่าผู้ชายจะมาทำร้ายผู้หญิง ส่วนหลังโพสต์ขอเบาะแสในโซเชียลมีพลเมืองดีแจ้งว่า 2 คนนี้ก่อเหตุลักษณะนี้บ่อยครั้ง

ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุใกล้สามแยกรื่นรมย์ พบเศษขวดแก้วตกอยู่ริมฟุตปาธ พร้อมรอยเลือดแห้งติดพื้น จากกล้องวงจรปิดหลายมุมเวลาประมาณ 03.30 น. วัยรุ่นชายสองคนขี่รถจักรยานยนต์มาจอดริมถนน ก่อนพูดคุยกับวัยรุ่นอีกสองคนที่มาจอดรอ จากนั้นขี่รถออกไป เวลาต่อมา 03.40 น. กลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บและหญิงรุ่นพี่สามคนที่เคยมีปากเสียงกัน เดินทางมารวมตัวและเคลียร์ปัญหากันบริเวณริมถนน ก่อนวัยรุ่นที่ปาขวดจะขี่รถผ่านมาและตะโกนด่าทางกลุ่ม พร้อมปาขวดใส่ผู้ได้รับบาดเจ็บ

เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้บรรยากาศย่านโซนนิ่งสถานบันเทิงในเมืองขอนแก่นต้องสะเทือน เพราะการทะเลาะวิวาทที่รุนแรงและมีอาวุธปาใส่กันเกิดขึ้น แม้จะเกิดหลังเวลาปิดร้านแล้วก็ตาม

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความและอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวคนก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและความสงบในพื้นที่ต่อไป.