สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ว่า นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า คนไร้บ้านจะมีทางเลือกในการย้ายออกจากเต็นท์ ยอมถูกส่งตัวไปยังศูนย์พักพิง รับบริการบำบัดการติดยาเสพติดหรือสุขภาพจิต แต่จะถูกปรับหรือจำคุกหากพวกเขาปฏิเสธ
นับตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจอุทยานสหรัฐ (US Park Police) ซึ่งเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลกลาง จัดการรื้อค่ายคนไร้บ้าน 70 แห่ง ออกจากสวนสาธารณะหลายแห่งในกรุงวอชิงตัน และเตรียมที่จะรื้อถอนค่ายที่พักอีกสองแห่ง ของเขตเมืองหลวง ในช่วงปลายสัปดาห์นี้
Leavitt says that Trump will imprison homeless people who refuse to go to shelters pic.twitter.com/ekHJHLBtZt
— Aaron Rupar (@atrupar) August 12, 2025
ผู้นำสหรัฐให้เหตุผลว่า คนไร้บ้านเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่กำลังยึดครองเมืองหลวง รวมถึงแก๊งอาชญากรที่ก้าวร้าวและกระหายเลือด ฝูงชนวัยรุ่นเร่ร่อน และคนวิกลจริตที่ติดยาเสพติด พร้อมทั้งเปรียบเทียบการปราบปรามครั้งนี้ กับการรักษาความปลอดภัยบริเวณชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเหล่าคนไร้บ้านยังไม่ได้ถูกจับกุม ในการกวาดล้างยามค่ำคืนเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่ทำเนียบขาวอ้างว่า จับกุมผู้ต้องสงสัยได้อย่างน้อย 23 คนทั่วเมือง ตามการแถลงข่าวของโฆษกทำเนียบขาว
คำบอกเล่าของชายคนหนึ่งระบุว่า เมื่อคืนวันที่ 10 ส.ค. เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางกลุ่มหนึ่ง เดินทางมายังสถานีรถไฟ “ยูเนียน สเตชัน” ซึ่งเป็นจุดรวมตัวของคนไร้บ้าน และได้ซักถามบุคคลที่ยืนอยู่สั้น ๆ ก่อนจากไปในอีกประมาณ 15 นาที ส่วนเต็นท์ยังคงตั้งอยู่ และผู้คนยังคงหลับนอนบนม้านั่งหลายแห่งในสวนสาธารณะต่อไป.
เครดิตภาพ : AFP



