สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ว่า รายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งสภาคองเกรสกำหนดให้จัดทำทุกปีมาโดยตลอด นำเสนอบันทึกของทุกประเทศที่มีรายละเอียดครอบคลุมในประเด็นต่าง ๆ ตั้งแต่การคุมขังอย่างไม่เป็นธรรม ไปจนถึงการวิสามัญฆาตกรรม และเสรีภาพส่วนบุคคล

สำหรับรายงานฉบับแรกของนายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ตัดทอนเนื้อหาบางส่วน และมุ่งเน้นไปยังประเทศที่ทรัมป์เล็งเป้าหมายไว้เป็นพิเศษ รวมถึงบราซิล และแอฟริกาใต้

ในส่วนของจีน ซึ่งถูกระบุว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของสหรัฐตลอดรัฐบาลหลายชุด รายงานดังกล่าวระบุว่า “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ยังคงเกิดขึ้นต่อต่อชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม

อย่างไรก็ตาม รายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ยังพุ่งเป้าไปที่พันธมิตรใกล้ชิดบางราย โดยระบุว่า สิทธิมนุษยชนในสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี มีสถานะที่เลวร้ายลง เนื่องจากข้อจำกัดเกี่ยวกับถ้อยคำสร้างความเกลียดชังทางออนไลน์

ด้านนางแทมมี บรูซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ รายงานสิทธิมนุษยชนของกระทรวงฉบับที่แล้ว “มีอคติทางการเมือง” และในระดับรายละเอียด “บางครั้งยิ่งน้อยก็ยิ่งดี”

กระนั้น อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกลุ่มหนึ่งกล่าวว่า การลดทอนเนื้อหาบางส่วนนั้น “น่าตกใจ” เช่น สิทธิกลุ่มเพศทางเลือกในยูกันดา อีกทั้งรายงานของกระทรวงยังระบุว่า ไม่มีรายงานที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างมีนัยสำคัญในเอลซัลวาดอร์ และอาชญากรรมในประเทศอยู่ในระดับ “ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์”.

เครดิตภาพ : AFP