เมื่อวันที่ 14 ส.ค. นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ได้ติดตามสภาพอากาศ และพิจารณาปัจจัยเสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) มีประกาศฉบับที่ 16/2568 ลงวันที่ 13 ส.ค. แจ้งว่า จากการคาดการณ์สภาพอากาศพบว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ และประเมินวิเคราะห์สภาพอากาศ และสถานการณ์น้ำพบว่ามีพื้นที่บางส่วนต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ระหว่างวันที่ 15-17 ส.ค. ดังนี้
พื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม ภาคเหนือ จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน (อ.ปาย และ อ.สบเมย) จ.เชียงใหม่ (อ.ดอยสะเกิด แม่แตง เวียงแหง และ อ.อมก๋อย) จ.เชียงราย (อ.เมืองเชียงราย พาน แม่ฟ้าหลวง แม่ลาว แม่สรวย และ อ.เวียงป่าเป้า) จ.ลำพูน (อ.เมืองลำพูน แม่ทา และ อ.บ้านธิ) จ.ลำปาง (อ.เมืองลำปาง แม่ทะ ท้างฉัตร และ อ.เมืองปาน) จ.พะเยา (อ.เมืองพะเยา ปง และ อ.เชียงคำ) จ.น่าน (อ.เชียงกลาง ท่าวังผา นาน้อย บ่อเกลือ และ อ.ปัว) จ.ตาก (อ.ท่าสองยาง แม่ระมาด แม่สอด และ อ.อุ้มผาง) จ.พิษณุโลก (อ.เมืองพิษณุโลก ชาติตระการ นครไทย บางระกำ และ อ.วังทอง) และ จ.เพชรบูรณ์ (อ.หล่มเก่า)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ จ.เลย (อ.เมืองเลย เชียงคาน ด่านซ้าย และ อ.ปากชม) จ.หนองคาย (อ.เมืองหนองคาย ท่าบ่อ และ อ.สระใคร) จ.บึงกาฬ (อ.โซ่พิสัย) จ.อุดรธานี (อ.เมืองอุดรธานี กุดจับ น้ำโสม บ้านผือ และ อ.เพ็ญ) จ.สกลนคร (อ.วานรนิวาส) และ จ.อุบลราชธานี (อ.โขงเจียม เดชอุดม ตระการพืชผล ตาลสุม นาจะหลวย น้ำยืน บุณทริก พิบูลมังสาหาร ศรีเมืองใหม่ และ อ.สิรินธร)
ภาคกลาง จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.ชลบุรี (อ.บางละมุง และ อ.ศรีราชา) จ.ระยอง (อ.เมืองระยอง บ้านค่าย ปลวกแดง และ อ.นิคมพัฒนา) จ.จันทบุรี (อ.เมืองจันทบุรี และ อ.ขลุง) และจ.ตราด (อ.เมืองตราด เขาสมิง คลองใหญ่ บ่อไร่ และ อ.แหลมงอบ)
ภาคใต้ จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.ชุมพร (อ.เมืองชุมพร พะโต๊ะ และ อ.หลังสวน) จ.ระนอง (อ.เมืองระนอง สุขสำราญ กะเปอร์ ละอุ่น และ อ.กระบุรี) จ.พังงา (อ.เมืองพังงา คุระบุรี ตะกัวป่า กะปง และ อ.ท้ายเหมือง) และจังหวัดภูเก็ต (ทุกอำเภอ)

นอกจากนี้ พื้นที่เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก บริเวณ จ.เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ ตาก บึงกาฬ สกลนคร อุดรธานี นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครนายก ปราจีนบุรี ตราด สุราษฎร์ธานี และกระบี่ ขอให้พิจารณาบริหารจัดการน้ำเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนผาจุก จ.อุตรดิตถ์ เขื่อนนเรศวร จ.พิษณุโลก ให้สอดคล้องสถานการณ์เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ หรือเกิดผลกระทบน้อยที่สุด ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน และระดับน้ำล้นตลิ่ง ท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลัก และลำน้ำน้ำสาขาของแม่น้ำอิง บริเวณ อ.เชียงคำ เทิง พญาเม็งราย ขุนตาล และอ.เชียงของ จ.เชียงราย และแม่น้ำยม บริเวณ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก
และพื้นที่เฝ้าระวังกิจกรรมการใช้น้ำ และการสัญจรทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา บริเวณ จ.อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากการปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา



