สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองกาซาซิตี ฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ว่าแถลงการณ์ร่วมที่ลงนามโดยองค์กรหลายแห่ง รวมถึงอ็อกซ์แฟม และองค์การแพทย์ไร้พรมแดน (เอ็มเอสเอฟ) ระบุว่า อิสราเอลปฏิเสธคำขอของเอ็นจีโอหลายสิบแห่ง ซึ่งต้องการนำสิ่งของช่วยชีวิตเข้ามาในฉนวนกาซา โดยอ้างว่าพวกเขา “ไม่มีอำนาจส่งมอบความช่วยเหลือ” และในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา เพียงเดือนเดียว มีการปฏิเสธไปอย่างน้อย 60 คำร้อง

ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มี.ค. ปีนี้ รัฐบาลอิสราเอลอนุมัติกฎระเบียบชุดใหม่สำหรับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระหว่างประเทศ ที่ทำงานร่วมกับชาวปาเลสไตน์ ซึ่งปรับปรุงกรอบการทำงานให้กลุ่มเหล่านี้ต้องลงทะเบียน เพื่อรักษาสถานะของตนในอิสราเอล พร้อมกำหนดว่าการลงทะเบียนของพวกเขา “อาจถูกปฏิเสธ” หรือ “ถูกเพิกถอน” หากองค์กรเหล่านี้ปฏิเสธความเป็นประชาธิปไตยของอิสราเอล หรือส่งเสริมการรณรงค์ “เพื่อทำลายความชอบธรรมต่อประเทศ”

รัฐบาลอิสราเอลให้เหตุผลว่า องค์กรช่วยเหลือหลายแห่งทำหน้าที่เป็นฉากบังหน้าให้กับกิจกรรมที่เป็นปรปักษ์และมีความรุนแรง ขณะที่หน่วยงานซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมเหล่านี้ หรือเชื่อมโยงกับการรณรงค์ที่ถูกคว่ำบาตร จะได้รับอนุญาตให้ดำเนินงานต่อไป

ในทางกลับกัน องค์กรการกุศล แคร์ อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า กฎระเบียบใหม่กำลังทำให้ชาวกาซาถูกละทิ้งโดยปราศจากการเข้าถึงอาหาร ยา และการป้องกัน เนื่องจากข้อจำกัดในการลงทะเบียนได้ทำให้แคร์ไม่สามารถส่งมอบความช่วยเหลือได้ นับตั้งแต่อิสราเอลปิดล้อมฉนวนกาซาอย่างเต็มรูปแบบเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา แม้เดือนต่อมาจะมีการผ่อนปรนบางส่วนก็ตาม.

เครดิตภาพ : AFP