เมื่อวันที่ 14 ส.ค. นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายกิตติทัศน์ วิศาลนพศักดิ์ หรือนายวัทธิกร หรือมังกร ใสงาม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี และพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ ร่ำรวยผิดปกติ รวมมูลค่า 81,424,952.08 บาท

โดยข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปี พ.ศ. 2554-2557 ขณะดำรงตำแหน่งพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี และเมื่อปี พ.ศ. 2558 ขณะดำรงตำแหน่งพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ นายกิตติทัศน์ วิศาลนพศักดิ์ หรือนายวัทธิกร หรือมังกร ใสงาม ได้เข้าไปมีส่วนได้เสียในกิจการของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพื่อประโยชน์สำหรับตนเอง โดยนำห้างหุ้นส่วนจำกัดของตนซึ่งใช้ชื่อญาติและลูกจ้างเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแทน เข้าเป็นคู่สัญญากับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 26 โครงการ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 7 โครงการ และหลังจากห้างหุ้นส่วนจำกัดได้รับเงินค่าจ้างแล้วจะโอนหรือถอนเป็นเงินสดฝากเข้าบัญชีของนายวัทธิกร ใสงาม

ในระหว่าง ปี 2554–2558 นายวัทธิกร ใสงาม และคู่สมรส มีรายได้ตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รวมเป็นเงินจำนวน 7,264,160.64 บาท มีทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นไม่สอดคล้องกับรายได้ และไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินได้ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 81,424,952.08 บาท ดังนี้ 1. เงินฝากธนาคารในชื่อของนายวัทธิกร  ใสงาม จำนวน 5 บัญชี รวมเป็นเงิน 74,224,952.08 บาท 2. ที่ดิน ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 1 แปลง มูลค่าประมาณ 6,200,000 บาท 3. รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ HONDA แบบ HR-V15 จำนวน 1 คัน มูลค่าประมาณ 1,000,000 บาท

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่า นายกิตติทัศน์  วิศาลนพศักดิ์ หรือนายวัทธิกร หรือมังกร  ใสงาม  ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย

สืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ จำนวน 81,424,952.08 บาท  ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 122 วรรคหนึ่ง

หากไม่สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแล้ว ให้ขอให้ศาลบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในระยะเวลา 10 ปี ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 125

สำหรับการดำเนินการทางวินัย กระทรวงพาณิชย์ได้มีคำสั่งลงโทษไล่นายกิตติทัศน์ วิศาลนพศักดิ์ หรือนายวัทธิกร หรือมังกร  ใสงาม ออกจากราชการเป็นการเหมาะสมแล้ว ให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ.