เมื่อวันที่ 15 ส.ค.68 นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ สรุปการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ ในช่วงที่ผ่านมาเกี่ยวกับสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ช่วงเดือนพ.ค.-ส.ค.68
1.ประเด็นเหตุการณ์การปะทะที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 28 พ.ค.68
1.1 วันที่ 29 พ.ค.68 เหตุการณ์ปะทะที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ประเทศไทยได้มีหนังสือประท้วงถึงฝ่ายประเทศกัมพูชา ลงวันที่ 29 พ.ค.68 ระบุเหตุการณ์ว่าฝ่ายประเทศกัมพูชาเริ่มโจมตีฝ่ายไทยก่อน
1.2 วันที่ 19 มิ.ย.68 สำนักงานเลขาธิการสหประชาชาติ ลงทะเบียนหนังสือของเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก และหนังสือของเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประเทศกัมพูชา กรณีพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา เข้าสู่ระเบียบวาระที่ 32 prevention of armed conflict ของ UNGA 79 เป็นเอกสารหมายเลข A/79/952 และ A/79/953 ตามลำดับ, รมว.ต่างประเทศไทย มีหนังสือถึงรมว.ต่างประเทศมาเลเซีย ในฐานะที่ประเทศมาเลเซียเป็นประธานอาเซียน เพื่อชี้แจงประเด็นกรณีพิพาทไทย–ประเทศกัมพูชา
2. ประเด็นเรื่องทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด
2.1 กรอบทวิภาคี ไทยได้มีหนังสือประท้วงกัมพูชา กรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด ในวันที่ 23 ก.ค.68 วันที่ 9 ส.ค.68 และวันที่ 12 ส.ค.68
2.2 กรอบพหุภาคี เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา มีหนังสือถึงประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ครั้งที่ 22 (ญี่ปุ่น) จำนวน 4 ฉบับ (23 ก.ค.68, 24 ก.ค.68, 9 ส.ค.68 และ 13 ส.ค.68) เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก มีหนังสือถึงเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อดำเนินการตามข้อ 8 วรรค 2 ของอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และเวียนให้ประเทศสมาชิก (25 ก.ค.68)
2.3 วันที่ 23 ก.ค.68 กระทรวงการต่างประเทศจัดการบรรยายสรุปแก่คณะทูตและทูตทหารครั้งที่ 2 เกี่ยวกับกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด โดยผู้บรรยายได้แก่ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ, อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ, ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ, โฆษกศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา

3.ประเด็นการโจมตีเป้าหมายทางพลเรือน หลังจากกัมพูชาโจมตีไทยในวันที่ 24 ก.ค.68
3.1 วันที่ 24 ก.ค.68 กรมสารนิเทศออกแถลงการณ์ประณามกัมพูชา ต่อการโจมตีเป้าหมายทางพลเรือน
3.2 เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก มีหนังสือถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ รวมทั้ง ขอให้เวียนถึงประเทศสมาชิก (วันที่ 25 ก.ค.68)
3.3 รมว.ต่างประเทศไทย มีหนังสือถึงประเทศสมาชิกอาเซียน 8 ประเทศ และสำนักงานเลขาธิการอาเซียน เพื่อชี้แจงความเป็นมาและพัฒนาการของสถานการณ์ (วันที่ 25 ก.ค.68)
3.4 รมว.ต่างประเทศไทย มีหนังสือถึงนาย Volker Turk ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations High Commissioner for Human Rights) วันที่ 27 ก.ค.68
4.ประเด็นมรดกทางวัฒนธรรม
4.1 เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส มีหนังสือถึงผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เพื่อประท้วงข้อกล่าวหาของกัมพูชา ต่อการโจมตีปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควาย (วันที่ 27 ก.ค.68)
5.ประเด็นการละเมิดการหยุดยิง (วันที่ 29 ก.ค.68)
5.1 รมว.ต่างประเทศไทย มีหนังสือถึงรมว.ต่างประเทศมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน เพื่อประท้วงการละเมิดความตกลงหยุดยิงของกัมพูชา
5.2 รมว.ต่างประเทศไทย มีหนังสือถึงเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อประท้วงการละเมิดความตกลงหยุดยิงของกัมพูชา
5.3 รมว.ต่างประเทศไทย มีหนังสือถึงรมว.ต่างประเทศจีน รายงานการละเมิดความตกลงหยุดยิงของกัมพูชา
5.4 รมว.ต่างประเทศไทย มีหนังสือถึงรมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา รายงานการละเมิดความตกลงหยุดยิงของกัมพูชา
5.5 กระทรวงการต่างประเทศมีหนังสือถึงกัมพูชา เพื่อประท้วงการละเมิดความตกลงหยุดยิงของกัมพูชา
6.ประเด็นสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ
6.1 คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา นำส่งหนังสือจากรมว.สาธารณสุข ถึง Dr. Tedros Adhanom Ghebreyesus ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เพื่อชี้แจงสถานการณ์ไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นการละเมิดอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4 (การโจมตีโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์) วันที่ 26 ก.ค.68
6.2 คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา มีหนังสือนำส่งข้อชี้แจงกรณีการกล่าวอ้างของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกัมพูชา ไปยังสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) วันที่ 2 ส.ค.68
7. ล่าสุด วันที่ 13 ส.ค.68 รมว.ต่างประเทศไทย มีหนังสือถึงประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และเลขาธิการสหประชาชาติชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพัฒนาการสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งรวมถึงการละเมิดการหยุดยิงและประเด็นทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด ในวันที่ 12 ส.ค.68
วันที่ 15 ส.ค.68 บรีฟคณะทูต เรื่องการลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลโดยกัมพูชา
วันที่ 16 ส.ค.68 นำคณะทูตลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อดูเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิด



