เมื่อวันที่ 15 ส.ค. นายสมชาย แสวงการ อดีต สว.โพสต์ภาพข้อความบทสนทนาจากคลิปเสียงระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โดยระบุว่า #อุ๊งอิ๊ง #ต้องลาออก ก่อนศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย #ไต่สวน21สค #ถ่ายทอดสด อ่านข่าวคำชี้แจงของแพทองธาร ชินวัตร ต่อศาลรัฐธรรมนูญ แล้วเห็นว่า เธอพยายามแก้ต่างต่อศาลว่า กระทำไปตามคำแนะนำของคนอื่น เพื่อเป็นแนวทางให้ศาลวินิจฉัยว่า “บกพร่องโดยสุจริต” แบบเดียวกับคดีที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญในอดีตที่เคยวินิจฉัยให้นายทักษิณชนะคดีซุกหุ้นคนขับรถ คนใช้ 8:7 ว่า “บกพร่องโดยสุจริต” งานนี้ “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” ทีมงานศรีธนญชัยทางกฎหมาย คงจะเดินทางตามรอยเดิม พร้อมกระบวนการปล่อยข่าวลือ ถุงขนมมากมายหลายร้อย หลายพันกิโล ถึงขนาดโต๊ะพนันรับแทงไม่อั้น ว่ารอด 5:4 ด้วย “บกพร่องโดยสุจริต” เหมือนกัน

นายสมชาย ระบุต่อว่า แต่ความเห็นส่วนตัวผมไม่เชื่อเช่นนั้น และยังมั่นใจในหลักนิติธรรมนิติรัฐที่ชัดเจนว่า การที่อุ๊งอิ๊งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โทรศัพท์ส่วนตัวไปคุยปรึกษาความลับราชการแผ่นดินกับนายฮุน เซน และการพบปะพูดคุยกับนายฮวด รองนายกเทศมนตรี กรุงพนมเปญ ที่รร.โรสวู้ด ในกรุงเทพมหานคร ก่อนจะต่อโทรศัพท์ 3 สายคุยกับนายฮุน เซนนั้นเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหมวด 3 เรื่องความผิดต่อความมั่นคงนอกราชอาณาจักรไทยแน่นอน ซึ่งมีโทษจำคุก ตั้งแต่ 10 ปี จำคุกตลอดชีวิตจนถึงประหารชีวิต

ส่วนคดีที่ สว. ร้องนั้นหลักฐานที่ปรากฏต่อสื่อมวลชนและชัดเจนว่า เป็นคลิปเสียงทั้งสองฝ่ายจริงนั้น เป็นการกระทำผิดตามข้อบังคับจริยธรรมข้าราชการเมืองในหลายประเด็นอย่างชัดเจน เป็นเหตุที่ศาลจะวินิจฉัยให้อุ๊งอิ๊งขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีเพราะไม่ซื่อสัตย์สุจริต ผิดจริยธรรมร้ายแรง ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก อาจมากถึง 9:0 หรือ 8:1 หรือ 7:2 ด้วยหลักฐานที่ชัดเจนมากมัดตัวขนาดนี้

ด้วยความเคารพศาลรัฐธรรมนูญมาตลอด ส่วนตัวยังนึกไม่ออกว่า จะรอดได้อย่างไร และสงสัยว่าคำวินิจฉัยว่า ไม่ผิดนั้น จะเขียนอธิบายให้เข้าใจชัดเจนอย่างไร ผมจึงขอนำคลิปเสียง https://youtu.be/W4bp97NyvaU?si=lUdomLJnQisgNNZ1 และคำถอดเทปฉบับของแท้ที่แปลภาษากัมพูชาอย่างถูกต้องและเป็นทางการของหน่วยราชการความมั่นคงของไทย มาให้ท่านทั้งหลายในกระบวนการยุติธรรม สื่อมวลชน และประชาชนได้รับทราบ ทุกท่านลองอ่านเปรียบเทียบคลิปเสียงอย่างละเอียด ช้าๆ ชัดๆ จะสามารถเข้าใจถ่องแท้ว่า ในเนื้อหาคำพูดที่ใช้สื่อสารกันจริงๆ นั้น เป็นเทคนิคการเจรจาความระหว่างประเทศ ที่มีปัญหาข้อพิพาทการสู้รบไทยกัมพูชามีชีวิตประชาชนและทหารไทย เป็นเดิมพันนั้น เป็นเรื่องแก้ตัวพอรับฟังว่า “บกพร่องโดยสุจริต” หรือเป็นเรื่องเท็จที่อ้างเพื่อไม่ต้องการรับผิดทางกฎหมายครับ

สุดท้ายเพื่อพิสูจน์ความจริงทั้งหมดนี้ เพื่อประโยชน์ต่อคดีและประโยชน์ต่อสาธารณะในวันที่ 21 ส.ค.2568 ที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกไต่สวนพยาน 2 ปากคือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาตินั้น ขอกราบเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า ควรอนุญาตให้ถ่ายทอดสดผ่านสื่อในการไต่สวนบุคคลทั้ง 2 ราย ให้พี่น้องประชาชนไทยทั้งประเทศ ได้รับทราบไปพร้อมกันด้วยครับ ด้วยความเคารพต่อศาลรัฐธรรมนูญ และเชื่อมั่นในหลักนิติธรรม.