สืบเนื่องจากการประชุม กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ว่าด้วยเรื่องการติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณของสมาคมกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 18 ส.ค.68 โดยครั้งนี้ป็นการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการเบิกจ่ายงบประมาณของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ สำหรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณจำนวน 248,520,000 บาท โดยมีการเบิกจ่ายไปแล้วจำนวน 208,452,137.69 บาท คงเหลือ 40,346,430.31 บาท ที่ยังไม่ได้จ่ายให้กับสมาคมกีฬาต่าง ๆ เพื่อเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงการฝึกซ้อมของนักกีฬาและผู้ฝึกสอน ที่ตกค้างมาตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดย กองทุนฯ ได้ขอให้สมาคมกีฬา ที่ยังไม่ได้รับเงินตรงนี้ส่งเอกสารการเบิกจ่ายมายังฝ่ายคลังฯ ของกองทุนฯ ภายใน 7 วัน คือ ก่อนวันที่ 31 ส.ค.นี้

จากกรณีดังกล่าว “บิ๊กแนต” นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ตนมองว่าปัญหาการจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้นักกีฬาล่าช้าและมียอดค้างจ่ายสะสมมากว่า 4 เดือนนี้ เป็นปัญหาที่กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการเบิกจ่าย โดยเอกสารทั้งหมดจะต้องผ่านกองทุนฯ ก่อน จากนั้นผู้จัดการกองทุนฯ จะเซ็นต์เอกสารและส่งสำเนาให้ ฝ่ายเป็นเลิศของการกีฬ่าแห่งประเทศไทย (กกท.) ส่วนตัวจริงจะส่งให้สมาคมกีฬา หลังจากนั้น สมาคมกีฬา ต้องนำใบเสร็จที่มีข้อมูลตรงกับที่ขอไว้ไปส่งให้ฝ่ายการคลังของกองทุนฯ เพื่อดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีของสมาคมต่อไป โดยข้อมูลอัปเดตต่าง ๆ ต้องสอบถามจากกองทุนฯ โดยตรง

ทั้งนี้ แนวทางการแก้ปัญหาจากกองทุนฯ คือ กองทุนฯ มีแนวคิดที่จะนำระบบ “ไอที” เข้ามาช่วยให้ขั้นตอนการขอ, การลงนาม และการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งหมด สามารถทำได้ในแอปพลิเคชันเดียว อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ถูกสมาคมกีฬาฯ แย้งขึ้นมาว่าอาจขัดต่อกฎหมาย ทำให้เป็นปัญหาในขั้นตอนการส่งเอกสารของสมาคมกีฬาที่ซ้ำซ้อน และมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก หากทำระบบเดิมคือ ทุกสมาคมกีฬา ส่งให้ฝ่ายพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ของ กกท.ก็จะลดขั้นตอนไปได้เยอะ การทำงานของสมาคมกีฬา ก็จะกระชับขึ้นมาก

นายชัยภักดิ์ กล่าวอีกว่า ได้คุยกับ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ แล้ว ท่านบอกว่า ขณะนี้ได้เลยกำหนดที่เราเป็นเด็กดีมาในวันนี้ คือ ครบ 2 สัปดาห์ที่ทางท่าน รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, กกท. และ กองทุนฯ ได้รับปากที่จะดำเนินการในการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงที่ค้างจ่ายแก่นักกีฬามาหลายเดือนแล้ว และตอนี้ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้า แต่กลับเป็นการโยนปัญหามาให้สมาคมกีฬา ต่อการส่งเอกสาร โดยอ้างว่าเป็นความล่าช้าของสมาคมกีฬาเอง ดังนั้นเราจึงคิดว่าถ้ามันจะต้องอายไปทั้งอาเซียน ก็คงต้องยอมเป็นข่าวแล้ว

“ในวันที่ 25 ส.ค.นี้ จะมีการประชุมโอลิมปิคฯ ทุกสมาคมที่ยังไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อมของนักกีฬา, ค่าอาหาร และค่าที่พัก ตั้งแต่ มี.ค. หรือ เม.ย. ก็ขอให้มารวมตัวกันที่สำนักงานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ เพื่อจะมาถกปัญหานี้ร่วมกัน”

“ผมอยากถามว่าพวกท่านไม่ละอายใจกันบ้างหรือ ปล่อยกันจนเป็นแบบนี้ ก่อนหน้านี้มาให้สัมภาษณ์ว่าจะเสร็จภายในหนึ่งสัปดาห์ นี่ก็ผ่านมาสองสัปดาห์เลยตอนนี้ก็ยังเงียบ และการมาอ้างว่าขาด MOA บ้าง ขาดรายงานผลการเก็บตัวบ้าง ก็ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ต้องไปรายงานกองทุนฯ จริง ๆ เรื่องนี้ข้อมูลทุกอย่างก็อยู่ที่ฝ่ายเป็นเลิศ ของ กกท.แล้ว ในเมื่อเป็นหน่วยงานภายใต้ กกท. ก็น่าจะใช้ข้อมูลเดียวกันนี้”

“ผมเศร้าใจจริง ๆ ที่วงการกีฬาในบ้านเรามันตกต่ำได้ถึงขนาดนี้ นี่จะแข่งอยู่แล้วเบี้ยเลี้ยงอาหารเด็กยังค้างนักกีฬาอยู่ได้ตั้ง 3-4 เดือน” บิ๊กแนต กล่าวทิ้งท้าย