เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.968/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง  นายวีระกานต์  มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมแกนนำ นปช.คนอื่นๆ รวม 13 คนเป็นจำเลย 1-13 ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป สร้างความกระด้างกระเดื่องก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ. 2548  กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 31 ม.ค.- 9 เม.ย. 52 พวกจำเลยร่วมกันชุมนุมขับไล่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปิดทางเข้าออกทำเนียบรัฐบาล  

เมื่อถึงเวลานัด ศาลนั่งบัลลังก์พิจารณา นายประกันของ นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แจ้งต่อศาลว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมสภา ซึ่งนายอดิศร ต้องเข้าร่วมประชุมจึงขอเลื่อนฟังคำพิพากษาออกไปก่อน 1 นัด  นัดฟังคำพิพากษาวันที่ 7 ต.ค. 68 เวลา 09.00 น.  

“ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนและพิจารณาคดี “นายกฯ อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีถูกกล่าวหาว่าคลิปเสียงสนทนาทางโทรศัพท์กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ทำให้นายกฯ อิ๊งค์เข้าข่ายขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี เพราะขาดคุณธรรมจริยธรรม ในวันที่ 21 ส.ค.ว่า ไม่เชื่อว่ามีดีลคดีนี้ให้เสียงศาลรัฐธรรมนูญ 5:4  แต่คำตอบในคดีนี้ประชาชนตัดสินล่วงหน้าไปนานแล้ว ตั้งแต่มีคลิปออกมา ส่วนการที่คนใกล้ตัว “อดีตนายกฯแม้ว” ทักษิณ ชินวัตร มั่นใจจะรอดคดี ม.112 ที่ตัดสินวันที่ 22 ส.ค.นั้น  เป็นธรรมดาของคนที่เป็นจำเลยยอมที่จะมีความเชื่อมั่นในตัวเอง แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

“เพราะบางคดีก็ทำใจสบายมาจากบ้าน แต่ท้ายที่สุดผลลัพธ์ก็ตรงกันข้าม นายทักษิณหลบหนีคดีไปถึง 17 ปี แต่เมื่อสู้คดีก็ไม่ควรคิดจะหนีกันอีก ส่วนคดีพักรักษาตัว รพ.ตำรวจ ที่ศาลจะตัดสินวันที่ 9 ก.ย. ไม่แน่ใจว่า นายทักษิณจะมาด้วยตัวเองหรือไม่  คำวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องกับตระกูลชินวัตร และเกี่ยวข้องกับอำนาจ  ส่งผลทั้งทางการเมืองภายในและภายนอก   ผมเห็นว่ารัฐบาลนี้หมดความชอบธรรมไปแล้ว ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งภายใน และภายนอกประเทศได้ รวมถึงความนิยมก็เหลือต่ำแล้ว ความเชื่อของระบบรัฐสภาก็เริ่มสั่นคลอน ดังนั้นก็ควรเสียสละเพื่อระบอบประชาธิปไตย ถ้ายิ่งยื้อดึงดัน และกอดความเสียหายของประเทศเอาไว้ ท้ายที่สุดก็ไม่อยากให้จบแบบเดิม”

สำหรับความเคลื่อนไหวของนายกฯ อิ๊งค์ วันที่ 21 ส.ค. ตรงกับวันคล้ายวันเกิดอายุ 39 ปีของ น.ส.แพทองธาร และเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคล มีรายงานข่าวว่า น.ส.แพทองธาร จะเดินทางไปศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง ในเวลา 10.00 น. พร้อมทีมงานทนายความส่วนตัว เพื่อเข้าสู่กระบวนการสืบสวน และไต่สวนในคำร้องคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน  ซึ่งศาลนัดพร้อมกับนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พยานอีกคน

นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.  กล่าวว่า สว.บางกลุ่ม เตรียมคว่ำ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569  การเลื่อนวันพิจารณางบประมาณจากเดิมกำหนดวันที่ 25-26 ส.ค. เป็นวันที่ 1-2  ก.ย. ถือเป็นความตั้งใจของ สว.กลุ่มที่มีอิทธิพลในวุฒิสภา ตั้งใจประชุมหลังวันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีของ น.ส.แพทองธาร ในวันที่ 29 ส.ค. ถ้าผลวินิจฉัยเป็นลบ  จะเป็นโรดแม็พมืดทางการเมืองของ สว.กลุ่มนี้ทันที เพื่อหวังผลให้เกิดความวุ่นวายในสภาและเปิดช่องให้สรรหานายกฯ คนใหม่ เข้าทางพรรคการเมืองที่ตนเองแอบหนุน  

“กลุ่ม สว.เดียวกันนี้เป็นผู้ยื่นถอดถอนนายกฯ มีส่วนได้เสีย และมีส่วนในกระบวนการทางการเมืองที่กำลังร้อนแรงในขณะนี้ นี่เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เร่งด่วนและชัดเจน ต้องการจะทำลายเสถียรภาพของรัฐบาล เป็นการกระทำที่หวังผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ  สว.กลุ่มดังกล่าวมีความเชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับพรรคการเมืองที่เคยร่วมรัฐบาลมาก่อน” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

ส่วนเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.)  เมื่อ 19 ส.ค. “สส.แชมป์” กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าเป็นการย้ายเพื่อให้การทำงานต่อนโยบายรัฐบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่ หรือเป็นการล้างบางเป็นเกมทางการเมือง ซึ่งก็อดสงสัยไม่ได้ว่าจังหวัดที่ ผวจ.ถูกขยับโยกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการ ก็เป็นจังหวัดที่เป็นพื้นที่ของพรรคการเมืองบางพรรค รมว.มหาดไทย ระบุว่า นโยบายปราบยาเสพติดขึงขังจริงจัง ใครไม่ทำตามต้องโยกย้าย แต่เขายังไม่ได้ทำงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผวจ.ที่ถูกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการ เป็น ผวจ.จังหวัดที่มี สส.ภูมิใจไทย อาทิ อำนาจเจริญ กระบี่ อ่างทอง นครพนม ปราจีนบุรี

ที่รัฐสภา “หัวหน้าเท้ง” นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.)  พร้อมด้วย “สส.เติ้ล” วรภพ วิริยะโรจน์  “สส.โต๋” ศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ร่วมแถลงข่าวการเดินหน้าปกป้องผลประโยชน์ประชาชนจากทุนพลังงานผูกขาด  โดยวิจารณ์แผนพลังงานแห่งชาติฉบับใหม่ ไม่ได้แก้ไขปัญหาในเรื่องลดราคาพลังงานจริงจัง  เปิดช่องให้ทางรัฐบาลสามารถรับซื้อพลังงานไฟฟ้าที่ล้นเกินเพิ่มขึ้นต่อไปได้อีก หรือไม่ก็ยังมีการเปิดช่องให้สร้างโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมที่เกินความจำเป็น

“ซ้ำรอยเดิมที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต  ที่รัฐบาลยังได้อาศัยจังหวะที่ข่าวคราวนี้เงียบลง เดินหน้าปรับการซื้อพลังงานไฟฟ้าต่อ โดยเปลี่ยนวิธีที่พวกเราเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการ  เป็นการเจรจาลดราคารับซื้อจากเอกชนแทน  สิ่งต่างๆ เหล่านี้ สะท้อนปัญหา 4 ประการคือ 1.เป็นกระบวนการที่ไม่เปิดประมูลในการรับซื้อ โดยใช้ราคารับซื้อเดิม ทั้งที่ราคาพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนมีแนวโน้มลดลงทุกปี จึงตั้งคำถามว่า รัฐบาลซื้อพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนที่เกินจริงหรือไม่ 2.ไม่มีการเปิดเผยกระบวนการการรับซื้อ 3.ไม่มีเหตุผลรับรองใดๆ เลยว่า พวกเราจะต้องสำรองไฟฟ้าเพิ่มเติมไปทำไม ทั้งๆ ที่ทุกวันนี้มีไฟฟ้าที่เกินจำเป็นอยู่แล้ว 4.พวกเราเห็นว่า เป็นการกีดกันการแข่งขัน เพราะล็อกให้กลุ่มทุนเดิมๆ หรือไม่  พรรค ปชน.ได้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.เพื่อตรวจสอบกระบวนการรับซื้อพลังงานไฟฟ้า หรือนโยบายไฟฟ้าของประเทศนี้  

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่เกิดขึ้นในวันนี้ คือการทำหน้าที่ในฐานะ สส.ของพวกเรา ที่กำลังถูกบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ฟ้องร้องดำเนินคดี ส่วนตัวถูกบริษัทเอกชนฟ้องร้องในคดีอาญา ข้อหาหมิ่นประมาท พร้อมกับเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจำนวน 100 ล้านบาท  นายวรภพ และนายศุภโชติ ก็ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาในลักษณะเดียวกัน พร้อมกับเรียกค่าเสียหายทางแพ่งอีกคนละ 100 ล้านบาทเช่นเดียวกัน จากการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร รวม 3 คน 3 คดี มีมูลค่าความเสียหายทางแพ่งทั้งหมด 300 ล้านบาท  วันที่ 25 ส.ค.นี้ ที่ศาลอาญารัชดาจะไต่สวนมูลฟ้อง” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ที่ทรู ดิจิทัลพาร์ค “รมต.โฟม” พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.แรงงาน กล่าวว่า ตามที่ ครม.เห็นชอบโยกย้ายนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ไปดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการ  ยืนยันว่าไม่เป็นไปตามข่าวที่ว่า เตรียมตั้ง นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นปลัดกระทรวงแรงงานคนใหม่  ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และสงสัยว่าไปเอาข่าวกันมาจากไหน ส่วนตัวยังไม่รู้จักนายณัฐพลด้วยซ้ำ การแต่งตั้งปลัดแรงงานใหม่ต้องรออีกสักระยะ แรกสุดต้องหาจากคนใกล้ตัวก่อน ว่ามีคุณสมบัติเช่นไร ตรงกับที่ต้องการหรือไม่  ขณะนี้อยู่ในกระบวนการสอบถามบุคคลภายในกระทรวง