เมื่อวันที่ 24 ส.ค. หลังจากที่กำลังทหารของกัมพูชา ได้ระดมยิงด้วยอาวุธหนัก โดยเฉพาะอาวุธปืนใหญ่ และอาวุธยิงระเบิด แบบ BM-21 ตกเข้ามาในย่านชุมชน สถานที่ราชการ และย่านเศรษฐกิจในเขตพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี-ศรีสะเกษ-สุรินทร์ และจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลทำให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ-เสียชีวิต รวมทั้งบ้านเรือน ร้านค้า โรงพยาบาลได้รับความเสียหายจำนวนมาก หนึ่งในจำนวนนี้ คือบ้านของ นายคูณ-นางปิม พรหมนัส อายุ 88 ปี ชาวบ้านตาโสว์ หมู่ที่ 10 ต.บ้านพลวง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ที่โดนระเบิดพังเสียหายยกหลัง จนต้องไปอาศัยอยู่กับลูกหลานกว่า 10 ชีวิต โดยทาง อบต.บ้านพลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีทำการรื้อบ้าน และซากปรักหักพังออก พร้อมทำการปรับพื้นที่ไว้

ด้านนายคูณ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกำลังทหารไทยกับกำลังทหารกัมพูชา ตั้งแต่เกิดมามีครั้งล่าสุดนี้ถือว่าหนักที่สุด เพราะมีระเบิดจากกำลังทหารกัมพูชาข้ามมาตกใส่บ้านเรือนประชาชน โรงพยาบาล สถานที่ราชการ และย่านชุมชนเสียหาย หากเปรียบเทียบกับปี 2554 แล้วแตกต่างกัน เพราะในปี 2554 ใช้เวลาปะทะกันไม่นาน และเป็นการปะทะกันในจุดยุทธศาสตร์การรบทางทหารเท่านั้น แต่ครั้งนี้กำลังทหารกัมพูชา มีการยิงเข้ามาในเขตชุมชนไกลหลายสิบกิโลเมตร จนทำให้เกิดการเสียหายเป็นบริเวณกว้าง รวมทั้งครอบครัวของตนเองด้วย หลังจากที่ได้รับผลกระทบ มีหลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบไม่ว่าจะเป็นทหาร ทางจังหวัด สภากาชาดไทย อบต.บ้านพลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ พร้อมเตรียมสร้างบ้านหลังใหม่ให้ และขอขอบคุณทุกหน่วยงานด้วย.