นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากการบินไทยได้เริ่มกลยุทธ์ Network Airline หรือสายการบินที่เน้นการเชื่อมต่อการเดินทาง โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ในช่วงการฟื้นฟูกิจการบริษัทฯ พบว่า ประสบความสำเร็จอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2 ปี 2568 บริษัทมีผลประกอบการดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ และพบว่าสัดส่วนผู้โดยสาร Network เพิ่มสูงขึ้น เป็นส่วนหนี่งที่ทำให้รายได้ และปริมาณผู้โดยสารของการบินไทยเติบโต ขณะเดียวกันการบินไทยยังสามารถบริหารจัดการช่วงโมงการใช้เครื่องบินได้ดีขึ้น ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน

นายชาย กล่าวต่อว่า การบินไทยมีแผนขยายฝูงบินอย่างต่อเนื่อง โดยสิ้นเดือน ส.ค.2568 จะรับมอบเครื่องบินรุ่นแอร์บัส A330 จำนวน 1 ลำ และในปลายปี 2568 จะรับมอบเครื่องบินรุ่นแอร์บัส 321neo จำนวน 2 ลำ รวมถึงในปี 2569 จะทยอยรับมอบอีกจำนวน 15 ลำ ส่งผลให้สิ้นปี 2569 จะมีเครื่องบินเข้ามาประจำฝูงบินเพิ่มอีก 18 ลำ จากปัจจุบันมีอยู่ 78 ลำ ซึ่งมีแผนจะนำเครื่องบินเหล่านี้ไปเสริมแกร่งในเส้นทางระยะสั้นและระยะกลาง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย

ส่วนการจัดหาเครื่องบินโบอิ้ง 787 จำนวน 45 ลำ ตามแผนจะมีการทยอยรับมอบตั้งแต่ปี  2571 คาดว่าลอตแรกจะทยอยรับมอบประมาณ 9 ลำ เบื้องต้นมีแผนจะนำเครื่องบินเหล่านี้ มาให้บริการในเส้นทางศักยภาพสูงที่มีปริมาณการเดินทางสูง อาทิ อินเดีย ฮ่องกง และจีน รวมไปถึงหลายเส้นทางในประเทศไทยที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทาง เช่น ภูเก็ต อย่างไรก็ตาม การบินไทยได้ยืนยันสิทธิในการจัดหาเครื่องบินเพิ่มเติม จำนวน 35 ลำ ที่ได้ทำไว้กับโบอิ้ง โดยขณะนี้ได้ทำการออร์เดอร์เครื่องบินตามสิทธินี้ไปแล้วบางส่วน โดยเลือกใช้เครื่องบินเป็นรุ่นโบอิ้ง 787-10 ซึ่งการใช้สิทธิจัดหาเครื่องบินเพิ่มเติมนี้ เพื่อรองรับการขยายขีดความสามารถทางการแข่งขัน อีกทั้งปัจจุบันการจัดหาเครื่องบินต้องใช้เวลานาน จึงได้เริ่มดำเนินการทันที