ไม่ใช่แค่เรื่องลี้ลับ แต่คือความจริงทางชีววิทยา! งานวิจัยล่าสุดจากอังกฤษเปิดเผยความลับสุดทึ่งว่า มนุษย์เรามี “ตาที่สาม” ซ่อนอยู่ลึกใต้กะโหลกศีรษะ ซึ่งก็คือ “ต่อมไพเนียล” อวัยวะขนาดเท่าเมล็ดถั่ว ที่ทำหน้าที่หลั่งสารเมลาโทนินควบคุมนาฬิกาชีวิต เผยแท้จริงแล้วมันเคยเป็นดวงตาที่ใช้ตรวจจับแสงบนหัวของบรรพบุรุษเราเมื่อ 500 ล้านก่อน ก่อนจะวิวัฒนาการหลบซ่อนเข้ามาอยู่ภายในสมองร่วมกับจอประสาทตา (เรตินา) ในปัจจุบัน!
นิวยอร์กโพสต์รายงานว่า ทีมวิจัยที่นำโดย ศาสตราจารย์โทมัส บาเดน (Thomas Baden) นักประสาทวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยซัสเซ็กซ์ (University of Sussex) ได้ตีพิมพ์การค้นพบครั้งสำคัญในวารสารวิชาการระดับโลก Current Biology โดยระบุว่า ต่อมไพเนียลและเรตินาในดวงตาของมนุษย์ไม่ได้พัฒนาแยกจากกัน แต่พวกมันวิวัฒนาการร่วมกันมาจากอวัยวะรับแสงโบราณชิ้นเดียวกัน หรือที่เรียกกันว่า “ตาที่สาม”
ทีมวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์รอยต่อ 500-600 ล้านปี รวมถึงเปรียบเทียบเทียบกับสัตว์ในปัจจุบันอย่างปลาและปลาไหล จนสามารถสรุปเส้นทางวิวัฒนาการสุดอัศจรรย์ได้ดังนี้
575 ล้านปีก่อน – บรรพบุรุษยุคแรกที่เป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายหนอนในมหาสมุทร มีดวงตาถึง 3 ดวง โดยมี “สองดวงด้านข้าง” ไว้มองหาอาหาร และ “ดวงที่สามบนหัว” ไว้ตรวจจับความเข้มของแสง
500 ล้านปีก่อน – สิ่งมีชีวิตเริ่มอพยพลงไปฝังตัวใต้ดิน/ใต้ชั้นตะกอน ดวงตาคู่ข้างที่ไม่ได้ใช้จึงเสื่อมสภาพลงเพื่อประหยัดพลังงาน เหลือเพียง “ตาที่สาม” บนหัวเพียงดวงเดียวไว้แยกแยะกลางวัน-กลางคืน และรับรู้ทิศทางขึ้นลง
ยุคต่อมา – เมื่อสิ่งมีชีวิตกลับขึ้นสู่ทะเล และต้องการดวงตาเพื่อมองเห็นอีกครั้ง ส่วนหนึ่งของตาที่สามได้เคลื่อนย้ายแยกออกไปด้านข้าง และพัฒนาเป็น “เรตินา (จอประสาทตา)” ในปัจจุบัน ส่วนตาที่สามดั้งเดิมถูกโครงสร้างสมองเจริญเติบโตทับจนจมลึกเข้าไปอยู่ใจกลางกะโหลก กลายสภาพเป็น “ต่อมไพเนียล” ที่คอยหลั่งเมลาโทนินเพื่อควบคุมนาฬิกาชีวภาพ แม้ในจุดที่แสงส่องไม่ถึง
ศาสตราจารย์บาเดนระบุว่า สิ่งนี้คือข้อพิสูจน์ว่า สัตว์มีกระดูกสันหลังรวมถึงมนุษย์ ได้ใช้วิธีการดัดแปลงและรีไซเคิลอวัยวะโบราณมาตอบโจทย์การดำรงชีวิตใหม่ๆ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในธรรมชาติปัจจุบันคือ “ตัวตุอาทารา” (Tuatara) สัตว์เลื้อยคลานโบราณหน้าตาคล้ายจิ้งจกจากนิวซีแลนด์ ที่ทุกวันนี้มันยังคงมีดวงตาที่สาม (Parietal eye) ปรากฏอยู่บนกระหม่อมอย่างชัดเจน ซึ่งตาที่สามของมันไม่ได้ใช้มองเห็นวัตถุเหมือนดวงตาปกติ แต่ใช้รับแสงเพื่อจัดระเบียบนาฬิกาชีวิต 24 ชั่วโมงของมัน เช่นเดียวกับที่ต่อมไพเนียลกำลังทำหน้าที่อยู่เงียบๆ ในสมองของมนุษย์เรานั่นเอง.
ที่มาและภาพ : insight korea



