สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ว่า สหภาพไปรษณีย์สากล (ยูพียู) ซึ่งเป็นหนึ่งในทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ทำหน้าที่ประสานงานนโยบายและมาตรฐานการไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ออกแถลงการณ์ว่า ได้รับแจ้งจากสมาชิกยูเอ็นอย่างน้อย 25 ประเทศ ว่าผู้ให้บริการไปรษณีย์ในประเทศของตน “ระงับการให้บริการไปรษณีย์ขาออกไปยังสหรัฐ เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับบริการขนส่ง” และการระงับการให้บริการจะยังคงมีผลบังคับใช้ จนกว่าสหรัฐจะมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินมาตรการ


แม้รายงานของยูพียูไม่ได้ระบุชื่อประเทศที่ระงับบริการดังกล่าว แต่ไปรษณีย์ของหลายประเทศ รวมถึง ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมนี อิตาลี อินเดีย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และไทย ต่างประกาศระงับการส่งพัสดุบางประเภทไปยังสหรัฐ เนื่องจากรัฐบาลวอชิงตันจะกลับมาจัดเก็บภาษีกับพัสดุที่มีราคาไม่เกิน 800 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 25,952 บาท) ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. นี้


อย่างไรก็ตาม พัสดุซึ่งมีมูลค่าต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,244 บาท) จดหมายและเอกสารซึ่งมีลักษณะแบน จะยังคงส่งออกไปยังสหรัฐได้ตามปกติ เนื่องจากยังไม่มีการเก็บภาษี แต่สิ่งของซึ่งมีมูลค่าเกินกว่าจำนวนดังกล่าว จะต้องเสียอัตราภาษีเช่นเดียวกับอัตราภาษีนำเข้าที่ใช้กับสินค้าอื่นจากประเทศผู้ส่ง


ทั้งนี้ แถลงการ์ของยูพียูเตือนว่า มาตรการใหม่ของสหรัฐ “จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงปฏิบัติการอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ให้บริการไปรษณีย์ทั่วโลก” ซึ่งยูพียูแสดงความวิตกกังวลในเรื่องนี้ไปยังสหรัฐโดยตรงแล้ว พร้อมทั้งยืนยันว่า กำลังทำงานร่วมกับ “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านไปรษณีย์ที่เกี่ยวข้อง” ของทุกประเทศ เพื่อหาทางออกที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการริเริ่มโครงการซึ่งมุ่งพัฒนาระบบ เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดเก็บและนำส่งภาษีที่เกี่ยวข้องกับจดหมายและพัสดุระหว่างประเทศสมาชิก.

เครดิตภาพ : AFP