การจัดงานในปีนี้ยังคงสานต่อบทบาทของ SX ในฐานะ “Circular Event” ซึ่งเป็นงานต้นแบบที่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดวัสดุสิ้นเปลืองให้ได้มากที่สุด พร้อมตั้งเป้าดึงดูดผู้เข้าร่วมงานทั้งในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานรวมกันสูงถึง 740,423 คน พร้อมคาดว่า การจัดงานในครั้งนี้จะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านความยั่งยืนที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทุกเพศทุกวัย

      “ต้องใจ ธนะชานันท์ผู้อำนวยการคณะจัดงาน SX 2025 กล่าวว่า งาน SX ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดแสดงนิทรรศการ แต่ยังเป็นเวทีที่สร้างโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งผู้เข้าร่วมงานจะได้อัปเดตเทรนด์ด้านความยั่งยืนในทุกมิติ เพื่อก้าวให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยการจัดงานต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 6 ได้ยึดแนวทางจากพระปฐมบรมราชโองการตาม
พระราชปณิธานการสืบสาน รักษา ต่อยอด ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเป็นหลักในการออกแบบกิจกรรมเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs) เพื่อให้สามารถปรับใช้ได้จริงในทุกระดับของสังคม ตอกย้ำการเป็นเวทีความร่วมมือสำคัญของภูมิภาคที่ขยายสู่การเชื่อมโยงในระดับนานาชาติ

      ปักหมุดพอเพียงเวทีโลก

       “งาน SX จะยังคงจัดต่อเนื่องไปจนถึงปี 2573 (2030) เพื่อขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก ซึ่งตรงกับ ทศวรรษแห่งการลงมือทำ” (Decade of Action) ขององค์การสหประชาชาติ  โดย SX  ตั้งใจปักหมุด ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ในเวทีโลก โดยเน้นการสื่อสารผ่านคำว่า Enough เพื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติ”

      SX 2025 เกิดขึ้นจากความร่วมมือของผู้ก่อตั้งหลัก ได้แก่ เครือเจริญโภคภัณฑ์, เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย), ปตท., เอสซีจี, ไทยเบฟเวอเรจ, ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป และเครือข่าย Thailand Supply Chain Network (TSCN) พร้อมด้วยการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(สสปน.) ที่เข้าร่วมขับเคลื่อนตามแนวทาง Carbon Neutral Event เพื่อยกระดับมาตรฐานงานสู่ระดับสากล นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งบริษัท ซัสเทนอะบิลิตี้ เอ็กซ์โป จำกัด เพื่อสานต่อแพลตฟอร์มนี้ในระยะยาว

      หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ การที่ไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน “Enactus World Cup 2025” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี มีเยาวชนกว่า 2,000 คน รวมกว่า 32 ประเทศเข้าร่วม เช่น ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส จีน สวีเดน นำเสนอนวัตกรรมทางธุรกิจเพื่อความยั่งยืนที่มีศักยภาพในการสร้างผลกระทบในระดับโลก ซึ่งจะสะท้อนบทบาทของคนรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ยังมีพื้นที่การเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริงใน “SX IDEALAB” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมทดลองแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างสร้างสรรค์และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

      เปิด10โซนจัดเต็มกว่าเดิม

      ภายในงานประกอบด้วยโซนกิจกรรมกว่า 10 พื้นที่ ครอบคลุมทั้งการเรียนรู้ การสร้างแรงบันดาลใจ และการลงมือปฏิบัติจริง อาทิ โซน SEP Inspiration ที่นำเสนอแบบอย่างองค์กรที่ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินงาน, โซน Better Me และ Better Living ที่มุ่งเน้นเรื่องสุขภาพและการอยู่อาศัยที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม, โซน Better Community ที่นำเสนอการปรับตัวของสังคมด้วยพลังอาสาสมัคร และ โซน Better World ที่ใช้ศิลปะเพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมี เทศกาลอาหาร “SX Food Festival”,  Kids Zone, ตลาดนัดสินค้ายั่งยืน SX Marketplace และ กิจกรรมแบ่งปันเพื่อสังคมผ่าน SX Repartmentstore รวมถึงการจัดสัมมนาและสร้างเครือข่ายธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (B2B) ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

       SX 2025 จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่นิทรรศการ แต่เป็นเวทีที่สร้างโอกาสในการเรียนรู้ การสร้างแรงบันดาลใจ และการลงมือปฏิบัติจริง ที่สะท้อนให้เห็นว่า การปรับตัวไม่ใช่เพียงการอยู่รอด แต่คือการสร้างทางรอดอย่างสมดุลและยั่งยืน”.