เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. แถลงความคืบหน้าคดีการตรวจสอบการเงินที่เกี่ยวข้องกับ “วัดพระบาทน้ำพุ” ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีการบริหารจัดการเงินบริจาคไม่โปร่งใส โดยโยงไปถึงอดีตพระอลงกต หรือ “ทิดจอร์จ” และ “หมอบี” รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายรายที่ตกเป็นกระแสข่าวในช่วงที่ผ่านมา
“บิ๊กเต่า” เผย 3 สาวใกล้ชิดอยู่บ้าน “หมอบี” อีก 1 คนเพิ่งเข้ามาทนไม่ไหวออกมาแฉ
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำและรวบรวมหลักฐาน โดยเฉพาะกลุ่มคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่มูลนิธิภายใต้การบริหารของวัด หลายคนทยอยเข้ามาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผู้ที่เคยมีบทบาทจัดการด้านการเงิน และบุคคลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายน่าสงสัย

เมื่อถามถึงข้อกล่าวหาว่าอดีตพระอลงกตและหมอบี อาจมีพฤติกรรมร่วมกันนำเงินวัดไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวหรือไม่นั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิด แต่ยืนยันว่ามีข้อมูลบางส่วนในมือ และอยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม
“ข้อมูลที่มี ชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างการบริหารจัดการเงินที่ซับซ้อน มีลักษณะคล้ายองค์กรที่มีระบบ ทั้งฝ่ายเก็บเงิน ฝ่ายบริหาร และช่องทางรับบริจาค การดำเนินการของอดีตพระอลงกต ในนามบริษัทหรือมูลนิธิ ก็ต้องถูกตรวจสอบเช่นเดียวกับหน่วยงานอื่น หากพบข้อพิรุธ เราจะดำเนินการอย่างชัดเจน” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังย้ำว่า หากพบความเชื่อมโยงที่ชัดเจน ตำรวจจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับคดี “ทิดแย้ม” ที่เคยเป็นข่าวอื้อฉาว พร้อมยืนยันว่า ตำรวจจะไม่เปิดเผยข้อมูลใดก่อนที่พยานหลักฐานจะครบถ้วน เพื่อป้องกันการคลาดเคลื่อนและไม่ให้กระทบต่อรูปคดี
ในส่วนของบุคคลมีชื่อเสียง อินฟลูเอนเซอร์ และดารานักแสดง ที่ถูกพาดพิงว่ามีการรับเงินหรือทรัพย์สินจากวัดในลักษณะไม่เหมาะสม พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า “ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับใครทั้งสิ้น” ไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไป คนดัง หรือนักการเมือง

“เราทำคดีนี้เพราะมีประชาชนเสียหายทั่วประเทศ วัดพระบาทน้ำพุ ไม่ใช่วัดที่มีเฉพาะการทำบุญในพื้นที่ แต่มีระบบเรี่ยไรและการบริจาคออนไลน์ทั่วประเทศ หากเงินเหล่านี้ไม่ถูกใช้ตามวัตถุประสงค์ หรือถูกเบี่ยงเบน ย่อมสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล ไม่ใช่เพียงพันล้าน แต่ตัวเลขอาจแตะระดับหมื่นล้านบาท” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุและกล่าวว่า ในกลุ่มบุคคลที่ถูกเรียกสอบวันนี้ มีบางส่วนตรงกับรายชื่อ 30 ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินและบัญชี จะเปิดเผยรายละเอียดให้สังคมทราบในโอกาสต่อไป
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ย้ำว่า คดีนี้จะเป็น “ต้นแบบ” ในการจัดการวัดหรือองค์กรศาสนา ที่ใช้ช่องทางการเรี่ยไรเงินโดยไม่มีการตรวจสอบ พร้อมยืนยันว่าตำรวจจะดำเนินการอย่างโปร่งใส เท่าเทียม และเป็นธรรม เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้ประชาชน และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซากที่บั่นทอนศรัทธาและระบบการบริจาคในสังคมไทย
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิมกำหนดการ คณะกรรมการจากมูลนิธิพุทธสถานลพบุรีศรีสุวรรณ จะเดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เพื่อให้ข้อมูลในกรณีที่ อดีตพระพ่ออลงกต มอบเงิน 270 ล้านบาท เพื่อสร้างมูลนิธิ ล่าสุดมีรายงานว่า ทางคณะกรรมการได้ยกเลิกการเข้าพบอย่างกะทันหัน ซึ่งสร้างข้อสังเกตในหลายฝ่ายว่า อาจสะท้อนถึงความไม่พร้อมในการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกของมูลนิธิ หรืออาจเป็นการหลีกเลี่ยงการตอบคำถามที่เกี่ยวกับเส้นทางการเงิน และความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลสำคัญในคดี ซึ่งกำลังเป็นที่จับตาของสังคม



