เมื่อวันที่ 29 ส.ค. นายเชษฐา โมสิกรัตน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศ และพิจารณาปัจจัยเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ประกอบกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) มีประกาศฉบับที่ 19/2568 ลงวันที่ 28 ส.ค. แจ้งว่า จากการคาดการณ์สภาพอากาศพบว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ และได้ประเมินวิเคราะห์สภาพอากาศและสถานการณ์น้ำ พบว่ามีพื้นที่บางส่วนต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายไม่ทัน โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-3 ก.ย. ดังนี้
พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม ภาคเหนือ จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน (อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ปาย ขุนยวม และอ.แม่สะเรียง) จ.เชียงใหม่ (อ.แม่แจ่ม ฝาง แม่อาย และอ.อมก๋อย) จ.เชียงราย (อ.เมืองเชียงราย แม่สาย เชียงของ เชียงแสน เวียงชัย เวียงเชียงรุ้ง พญาเม็งราย เทิง แม่จัน และอ.ดอยหลวง) จ.น่าน (อ.ท่าวังผา บ่อเกลือ ปัว ภูเพียง แม่จริม เวียงสา และอ.สันติสุข) จ.อุตรดิตถ์ (อ.น้ำปาด) จ.ตาก (อ.ท่าสองยาง แม่ระมาด แม่สอด พบพระ และอ.อุ้มผาง) จ.พิษณุโลก (อ.เมืองพิษณุโลก ชาติตระการ นครไทย และอ.เนินมะปราง) และจ.เพชรบูรณ์ (อ.เมืองเพชรบูรณ์ เขาค้อ วังโป่ง และอ.หล่มเก่า)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 15 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย (อ.เมืองเลย เชียงคาน นาแห้ว และอ.ปากชม) จ.หนองคาย (อ.เมืองหนองคาย ท่าบ่อ ศรีเชียงใหม่ และอ.สระใคร) จ.หนองบัวลำภู (อ.ศรีบุญเรือง) จ.อุดรธานี (อ.บ้านดุง พิบูลย์รักษ์ เพ็ญ และอ.สร้างคอม) จ.สกลนคร (อ.เมืองสกลนคร วานรนิวาส และอ.อากาศอำนวย) จ.นครพนม (อ.เมืองนครพนม ศรีสงคราม ท่าอุเทน และอ.บ้านแพง) จ.ชัยภูมิ (อ.เมืองชัยภูมิ เกษตรสมบูรณ์ และอ.คอนสวรรค์) จ.ขอนแก่น (อ.เมืองขอนแก่น) จ.มหาสารคาม (อ.เมืองมหาสารคาม) จ.กาฬสินธุ์ (อ.เมืองกาฬสินธุ์ ยางตลาด ฆ้องชัย กมลาไสย และอ.ร่องคำ) จ.ร้อยเอ็ด (อ.เมืองร้อยเอ็ด เสลภูมิ พนมไพร และอ.อาจสามารถ) จ.ยโสธร (อ.เมืองยโสธร คำเขื่อนแก้ว และอ.เลิงนกทา) จ.อำนาจเจริญ (อ.เมืองอำนาจเจริญ ชานุมาน เสนางคนิคม และอ.หัวตะพาน) จ.นครราชสีมา (อ.ครบุรี โนนแดง บัวลาย บัวใหญ่ ประทาย ปากช่อง เมืองยาง และอ.สีดา) และจ.อุบลราชธานี (อ.เมืองอุบลราชธานี เขมราฐ เขื่องใน เดชอุดม ตระการพืชผล ตาลสุม บุณฑริก พิบูลมังสาหาร ศรีเมืองใหม่ สว่างวีระวงศ์ และอ.สิรินธร)
ภาคกลาง จำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ จ.นครนายก (อ.เมืองนครนายก บ้านนา และอ.ปากพลี) จ.ปราจีนบุรี (อ.เมืองปราจีนบุรี นาดี และอ.ประจันตคาม) จ.สระแก้ว (อ.เมืองสระแก้ว โคกสูง ตาพระยา และอ.วัฒนานคร) จ.ชลบุรี (อ.บางละมุง และอ.ศรีราชา) จ.ระยอง (อ.เมืองระยอง บ้านค่าย ปลวกแดง และอ.นิคมพัฒนา) จ.จันทบุรี (อ.เมืองจันทบุรี แก่งหางแมว และอ.ขลุง) และจ.ตราด (อำเภอเมืองตราด เกาะกูด เขาสมิง คลองใหญ่ และอ.บ่อไร่) รวมถึงกรุงเทพมหานคร
ภาคใต้ จำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ จ.ชุมพร (อ.เมืองชุมพร พะโต๊ะ และอ.หลังสวน) จ.สุราษฎร์ธานี (อ.บ้านตาขุน) จ.ระนอง (อ.เมืองระนอง กระบุรี กะเปอร์ และอ.สุขสำราญ) จ.พังงา (อ.เมืองพังงา กะปง คุระบุรี ตะกั่วป่า ทับปุด และท้ายเหมือง) และจ.ภูเก็ต (ทุกอำเภอ)
พื้นที่เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก บริเวณ จ.เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก เลย บึงกาฬ สกลนคร อุดรธานี ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง สุราษฎร์ธานี และกระบี่ โดยขอให้พิจารณาบริหารจัดการน้ำเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนผาจุก จ.อุตรดิตถ์ เขื่อนนเรศวร จ.พิษณุโลก ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบหรือเกิดผลกระทบน้อยต่อประชาชนน้อยที่สุด
พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของแม่น้ำสาย บริเวณ อ.แม่สาย จ.เชียงราย แม่น้ำอิงบริเวณ อ.เชียงคำ เทิง พญาเม็งราย ขุนตาล และอ.เชียงของ จ.เชียงราย แม่น้ำยม บริเวณ อ.เมืองแพร่ สอง และอ.วังชิ้น จ.แพร่ อ.เมืองสุโขทัย และอ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก แม่น้ำน่าน บริเวณอ.เมืองน่าน และอ.เวียงสา จ.น่าน อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ แม่น้ำแควน้อย บริเวณ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ลำน้ำยัง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด
พื้นที่เฝ้าระวังผลกระทบจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลง เนื่องจากมีปริมาณฝนตกสะสม บริเวณสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีแนวโน้มส่งผลกระทบพื้นที่จังหวัดริมแม่น้ำโขง ได้แก่ จ.เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
พื้นที่เฝ้าระวังกิจกรรมการใช้น้ำและการสัญจรทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา บริเวณ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และจ.สมุทรปราการ
ทั้งนี้ กอปภ.ก. โดย ปภ. ได้ประสานแจ้งจังหวัดและศูนย์ ปภ.เขต ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เตรียมพร้อมรับมือปริมาณฝนที่ตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัยได้ โดยได้กำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ให้เตรียมความพร้อมของเครื่องจักรกลสาธารณภัยและเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤติ ให้พร้อมเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดสถานการณ์ขึ้น และให้จังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า




