เมื่อวันที่ 30 ส.ค. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากความเป็นนายกรัฐมนตรี และมีผลต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะ ทำให้ต้องมีการรวบรวมเสียง สส. โหวตเลือกนายกฯ คนใหม่ ซึ่งพรรคเพื่อไทย มีนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย คงจะเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ และได้เดินสายรวบรวมเสียงจากพรรคการเมืองต่างๆ พร้อมกับกระแสข่าวแบ่งเค้ก จัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ให้แกนนำแต่ละพรรคการเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้พรรคประชาชน แสดงเจตจำนงไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ได้ยื่นข้อเสนอ ครม.ชุดใหม่ จะต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ นำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ มี ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็ว และนายกฯ คนใหม่ อยู่ในตำแหน่ง 4 เดือนแล้วยุบสภา แน่นอน พรรคภูมิใจไทย ที่ต้องการเสียงของพรรคประชาชนไปอยู่ในสมการอำนาจ เพื่อดันนายอนุทินไปเป็นนายกฯ ย่อมต้องรับเงื่อนไข ไม่ว่าจะเสนออีกกี่แนวทาง พรรคภูมิใจไทยก็คงจะรับหมด
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขอย้อนทวนความจำ ต้นปี 2568 ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ที่เสนอจาก สส.พรรคประชาชน ยังไม่ทันเข้าสู่การพิจารณา สส.ภูมิใจไทย พร้อมใจกันวอล์กเอาต์ ไม่ขอร่วมสังฆกรรมด้วย จุดยืนภูมิใจไทย ไม่ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1-2 ขณะที่พรรคประชาชนต้องแก้ทั้งฉบับ สส.ภูมิใจไทย หลายคน ตั้งคำถามต่อนโยบายของพรรคก้าวไกล หรือพรรคประชาชน ต่อเรื่องสถาบัน การแก้ไขมาตรา 112 แล้วอย่างนี้ทั้งสองพรรค จะไปด้วยกันได้ตลอดรอดฝั่งจริงหรือ การโหวตเลือกนายกฯ เมื่อปี 2566 พรรคเพื่อไทยโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แต่ สส.พรรค 2 ลุง ไม่โหวตให้แม้แต่เสียงเดียว
“พรรคประชาชน มีจุดยืนที่หนักแน่นมาตลอด อาจจะมองโลกในแง่ดี มองโลกสวย หวังว่านายกฯ คนใหม่ จะตั้ง ส.ส.ร. มาแก้รัฐธรรมนูญ จะอยู่ในตำแหน่งแค่ 4 เดือน พอถึงเวลาช่วงนั้นจริงๆ ไม่ทำตามเงื่อนไข หาเหตุข้ออ้างต่างๆ เพื่ออยู่ต่อ แล้วจะทำอย่างไร” นายพร้อมพงศ์ กล่าว
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า จุดยืนของพรรคประชาชนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แทบไม่แตกต่างจากพรรคเพื่อไทย ประวัติศาสตร์การเมือง ถูกกระทำย่ำยีจากฝ่ายผู้มีอำนาจ เราต่างโดนยุบพรรค กรรมการบริหารพรรค สส. โดนตัดสิทธิเลือกตั้ง ผลพวงจากการยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตย ประชาชน นอกจากนี้ พรรคที่ยังมีปัญหาข้อกฎหมายเขากระโดง การฮั้ว สว. ยังไม่ได้ข้อสรุป กระบวนการยุติธรรมกำลังดำเนินไป แต่ถ้าหากอำนาจเปลี่ยนมือ เรื่องดังกล่าวจะเป็นอย่างไร ไม่อยากคาดการณ์ไปล่วงหน้า ดังนั้นการจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องคิดให้ดีๆ ถามจุดยืนประชาชน ถามความเห็น สส. ในพรรคให้ดี ยิ่งมีกระแสข่าว บางคนจะมาเป็นรัฐมนตรีแรงงาน ทั้งที่ สส.ประชาชน ตั้งคำถามถึงการทำงานในอดีตที่ผ่านมา ไหนจะมีลุงบางคน ที่มีส่วนร่วมในการรัฐประหารจะมาเป็นรัฐมนตรี จะไม่ขัดกับหลักการพรรคประชาชน ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง จะตอบคำถามกับประชาชนที่เลือกมาอย่างไร
นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า การวมเสียงตั้งรัฐบาลกำลังเข้มข้น มีกระแสข่าวลือ อาจจะมี สส.งูเห่าจากพรรคเพื่อไทยนับสิบคน ไปร่วมโหวตเลือกนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทยด้วยนั้น ก็ขอเตือนล่วงหน้า หากจะไปต้องคิดหนัก ไม่ว่าจะได้รับข้อเสนอในรูปแบบต่างๆ มาอย่างไรก็ตาม ไม่คุ้มกับอนาคตทางการเมืองที่จะต้องเสียไป บทเรียนในอดีตเคยมีให้เห็น พวกงูเห่า ทรยศอุดมการณ์เสียงประชาชน มีจุดจบไม่สวย ไปไม่รอดในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดนประชาชนลงโทษ อำนาจ ตำแหน่ง เป็นเพียงภาพมายาชั่วคราว แต่การทำงานการเมืองต้องยืนหยัดเพื่อประชาชน นอกจากนี้ในอดีต สส. หลายคนของพรรคตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ ก้าวไกล เคยถูกพรรคตรงข้ามดูดไป วันข้างหน้าจะต้องมาทำงานการเมืองร่วมกันกับพรรคลักษณะนี้จริงๆ หรือ จากหลายเรื่องหลายราว ขอให้พรรคประชาชนคิดให้ดี ทบทวนให้ดี อย่าทำให้ประชาชนที่ลงคะแนนเสียงเลือกพรรคประชาชนมาอย่างถล่มทลายต้องผิดหวัง.



