ในคืนวันที่ 29 ส.ค. หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ “นายกฯอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับ ฮุน เซ็น ผู้ยิ่งใหญ่ของเขมร เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน ..เพื่อไทยคงกำลังมึนๆ อยู่ แต่ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไปต่อไม่รอแล้วนะ เดินหน้าเจรจากับพรรค ปชน.ทันที
ทางพรรค ปชน. ก็มีเงื่อนไขว่า 1. ย้ำชัดโปรดฟังอีกครั้ง พรรคไม่ร่วมรัฐบาล แต่จะโหวตให้ถ้าทำตามข้อเสนอของพรรค 2.ให้รัฐบาลที่จะเกิดขึ้นเป็นรัฐบาลเฉพาะกาล เพื่อบริหารประเทศในช่วงสั้นๆ ให้มีการทำประชามติว่า ประชาชนต้องการให้ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ 3.รัฐบาลมีอายุ 4 เดือน ประชามติเสร็จต้องยุบสภา
จากนั้น กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญก็จะเดินหน้าต่อไปขนานกับการเมืองภาพใหญ่ คือ ถ้ายุบสภาก็หาเสียงจัดเลือกตั้งกันใหม่ ฝั่งที่จัดเลือก ส.ส.ร.ก็จัดเลือกไป ซึ่งเมื่อรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านการทำประชามติ ก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ตามรัฐธรรมนูญใหม่ นี่คือโรดแม็พของพรรค ปชน.แต่ไหนแต่ไร 10 ก.ย.ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย ทำประชามติกี่รอบ
จากการให้สัมภาษณ์ของ “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ดูแนวโน้มเอนเอียงไปในทางที่จะตอบรับเสี่ยหนู เพราะภูมิใจไทยเจรจาเร็ว จากที่เปิดเผยมา คือไม่มีเงื่อนไขอะไรมากยอมทำตามที่พรรค ปชน.วางกติกาไว้ ขณะที่เพื่อไทย เหมือนยังให้คนโน้นคนนี้เชิญชวนพรรค ปชน.ผ่านสื่อ เหมือนโยนหินถามทาง กว่า “มท.อ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย ปฏิบัติราชการแทนนายกฯ จะตัดสินใจยกคณะไปเทียบเชิญพรรคประชาชน ในช่วงบ่ายวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็นับว่าตามหลังภูมิใจไทยหลายก้าว
ทาง “มท.อ้วน” แบะท่ายอมหนัก บอกว่า ทำประชามติไปเลยว่า จะให้เอารัฐธรรมนูญ 2540 มาเป็นต้นแบบรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ เพราะมีความเป็นประชาธิปไตยสูงสุด และจะได้รวดเร็ว จะยุบสภาก่อน 4 เดือนก็ได้ไม่ขัดข้อง หรือจะทำประชามติพ่วงถามเรื่อง MOU43-44 ไปเลยก็ได้ ก่อนหยอดหวาน “อุดมการณ์สองพรรคไม่ต่างกันมาก”
แต่ก็ต้อง..โปรดฟังอีกครั้ง..คือเพื่อไทยโยนข้อเสนอผ่านสื่อไปมา ขณะที่เสี่ยหนูนั้นคุยตรงไปแล้ว วันที่ 1 ก.ย.นี้พรรค ปชน.จะตัดสินใจ รอดูว่า เพื่อไทยเปิดข้อเสนอใหม่อะไรมาให้หรือไม่ ข่าวว่า ถ้าเจรจาไม่เป็นผล เพื่อไทยจะชิงยุบสภา ซึ่งต้องระวังจะมีปัญหารอศาลรัฐธรรมนูญตีความอีก ว่า “ปฏิบัติราชการแทนนายกฯยื่นยุบสภาได้หรือไม่ ?”
สภาพการเมืองขณะนี้ พรรคส้มเนื้อหอมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทางพรรคเพื่อไทยแทบจะกราบกรานอ้อนวอน อะไรที่มันแล้วให้มันแล้วกันไป เห็นไหมเรามีดีเอ็นเอเดียวกันที่รักประชาธิปไตย พร้อมใส่ไฟภูมิใจไทยไปด้วยว่า “ถ้าพรรคนี้ได้เป็นรัฐบาล ระวังจะกระทบเรื่องเขากระโดงและสอบฮั้ว สว.” ซึ่งทั้งสองเรื่องอยู่ในชั้นข้าราชการประจำดำเนินการ
ถ้าภูมิใจไทยตุกติก ทำอะไรไม่ชอบมาพากลเข้า หัวหน้าเท้งเขาบอกว่า “พรรค ปชน.จะยื่นขออภิปรายไม่ไว้วางใจทันที” ใช้เสียง 1 ใน 5 ของ สส.ที่มีอยู่ ซึ่งพรรค ปชน.พรรคเดียวก็มีพอ การที่ไม่ร่วมรัฐบาล ทำให้อำนาจของพรรคส้มที่มีเสียง สส.มากที่สุด สามารถควบคุมเสียงรัฐบาลถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งได้
เพราะหากนับเสียงโหวตให้เสี่ยหนูเป็นนายกฯ ที่ว่าล่าสุด ( 30 ส.ค.) ได้ 283 เสียง ตัดพรรค ปชน.ออกก็ลบไป 143 เสียง ถ้าเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านแล้วมีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ปชน.บวกเสียงฝั่งเพื่อไทยเข้าไปจัดการ รัฐบาลเสียงข้างน้อยอยู่ไม่ได้ ภาพคือพรรคส้มสวิงไปข้างไหนก็ได้ เพราะไม่มีบุคคลเป็นรัฐมนตรีหรือประธาน-รองประธานสภา ทำให้ ปชน.มีอำนาจต่อรองควบคุมรัฐบาล และขอเสียงในการผ่านกฎหมายที่พรรคผลักดันได้ หรือส่งสัญญาณต่อกฎหมายที่ ครม.จะออกได้
เป็นฉากทัศน์การเมืองที่น่าสนใจ ที่มีกลุ่มเสียงพิเศษขึ้นคุมเสียงรัฐบาลอีกที อะไรๆ ทั้งหมดทั้งมวลจะดีขึ้นหรือไม่ หากรัฐบาลใหม่มีเสี่ยหนูนำ พรรคส้มแค่เสริมเสียง เริ่มทำงาน เราอาจได้เห็นมิติใหม่ๆ.



