เมื่อเวลา 20.40 น.วันที่ 31 ส.ค. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยได้จัดเวทีปราศรัย คัดค้านการแต่งตั้งแคนดิเดตพรรคเพื่อไทยขึ้นชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย 6 ต่อ 3 มีคำสั่งให้นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปเสียงสนทนาฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา
โดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำ นปช. ขึ้นกล่าวปราศรัยเป็นคนสุดท้ายในตอนหนึ่งว่า การตัดสินใจชุมนุมกันในวันนี้ ทั้งพี่น้องประชาชน คณะรวมพลังแผ่นดิน ต่างฝ่ายก็ต่างตัดสินใจด้วยความเร่งรีบหลายคนมีภารกิจ พี่น้องประชาชนหลายคนก็เตรียมตัวกันไม่ทัน แต่เราดูห้วงเวลา นับตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มีการเร่งในการจัดตั้งรัฐบาล คณะรวมพลังแผ่นดินนั้น ได้ประกาศมาตรการข้อแรก คือไม่เอาแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยโดยเด็ดขาด
กรณีหากพรรคประชาชนไม่เลือกใครเท่ากับเลือกพรรคเพื่อไทย หรือหากเลือกพรรคภูมิใจไทยเป็นสิ่งที่เราไม่เอาด้วยตั้งแต่ต้น ซึ่งยืนยันว่าไม่เลือกใคร และไม่เอา “พรรคเพื่อไทย” และนายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม เป็นนายกฯ และจะขุดรากถอนโคนระบอบ “ทักษิณ ชินวัตร”
อย่างกรณีปัญหาชายแดนกัมพูชา ยังไม่มีวันจบลง ถ้าหากไม่ได้รัฐบาล ที่เป็นเนื้อเดียวกับกองทัพ และเป็นเนื้อเดียวกับประชาชนก็รบไม่ชนะ เช่นเดียวกับปัญหาชายแดนภาคใต้ มีปัญหาจากนโยบายผิดพลาด ตั้งแต่ปี 2547 ผ่านมา 21 ปี ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ไม่ต่างอะไรกับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา
“ถ้าได้นายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากพรรคเพื่อไทยจะต้องอยู่ใต้เงื่อนไขของประชาชน ทั้ง 6 ข้อเรียกร้องและยกเลิก MOU43-44 รวมถึงยกเลิกฟรีวีซ่าด้วย” กรณีเรื่องที่ดินเขากระโดงมีหลายคนบอกว่าทำไมตนถึงไม่พูดถีง ซึ่งตัว นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กลับไม่มีการเพิกถอน รวมถึงที่ธรณีสงฆ์สนามกอล์ฟอัลไพน์ ทำไมไม่ยึดกลับมาให้วัดเหมือนเดิม”
นายจตุพร ยังฝากถึงพรรคประชาชนว่ามี ทั้งเรื่องเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่อย่าหลอกลวงประชาชน
ขณะที่ นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา ระบุถึงกรณีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่กำลังจะเกิดขึ้น มองว่าจะไม่ยอมโหวตเลือกแคนดิเดตคนใด พร้อมเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนไปชุมนุมที่รัฐสภา ในวันที่ 3-5 ก.ย.68 ด้วย และวันอังคารที่ 2 ก.ย. จะพามวลชนไปยัง สำนักคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำกรณีที่ตนยื่นถอดถอน คณะรัฐมนตรี ส.ส.และ ส.ว. หลังพบว่า การกระทำผิดฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 144 และมาตรา 88 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรณีตัดงบประมาณ 35,000 ล้านบาท ที่เป็นส่วนของการเงินชำระเงินต้นของเงินกู้ ตามมาตรา 28 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ซึ่งตามรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่า ห้ามมิให้แตะต้องเงินงบประมาณดังกล่าว จากนั้นนำเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท ที่ปรับลดมาแล้วไปเป็นงบกลางเพื่อใช้จ่ายในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิตอลวอลเล็ต โดยยื่นร้องไปเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 เพื่อให้ ป.ป.ช. ส่งสำนวนไปยังศาลรัฐธรรมนูญก่อนมีคำสั่งวินิจฉัยภายในเวลา 15 วัน ด้วย
ทั้งนี้ในช่วงท้ายของกิจกรรมการปราศรัยในครั้งนี้ กลุ่มแกนนำ ได้มีการนำมวลชนร้องเพลงสรรเสริญบารมี ก่อนจะแยกย้ายทันที



