เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 68 นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา ตนได้หารือปัญหาความเดือดร้องของประชาชนชาว จ.ระนอง ผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ ในเรื่องขอให้พิจารณาจัดตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติ ออกเอกสารรับรองบุคคลของทางการเมียนมา แบบเคลื่อนที่ หรือ “โมบายซีไอเซ็นเตอร์” โดยภาคเอกชนของ จ.ระนอง ภาคประมง ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยว เป็นต้น ที่ได้รับความเดือดร้อนกรณีที่กําหนดให้แรงงานเมียนมาทํางานในไทยต้องดําเนินการพิสูจน์สัญชาติผ่านศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคลหรือเรียกว่า “ซีไอ” จะเห็นได้ว่าตอนนี้ศูนย์ที่ใกล้ จ.ระนองมากที่สุดคือ ศูนย์ จ.สุราษฎร์ธานี
“วันนี้จังหวัดที่มีแรงงานเมียนมาจํานวนมากคือ จ.ระนอง หากต้องเดินทางไปที่ศูนย์ซีไอ ที่ จ.สุราษฎร์ธานี จะต้องได้รับผลกระทบในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่าย ค่าที่พัก ค่าดูแล ตลอดการเดินทางจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ขอฝากไปยัง รมว.แรงงาน ให้พิจารณาจัดตั้งศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคลของทางการเมียนมาแบบเคลื่อนที่ หรือโมบายซีไอเซ็นเตอร์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการจังหวัดระนองต่อไป” นายคงกฤษ กล่าว
นายคงกฤษ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำกัดเซาะชายฝั่งหาดประพาส อ.สุขสําราญ จ.ระนอง ซึ่งเคยหารือในสภาผู้แทนราษฎรมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งในวันนี้หาดประพาส ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องและรุนแรงจากฝนตกชุก ประกอบกับน้ำทะเลได้กัดเซาะ จากการลงพื้นที่พร้อมกับ นายกษิดิ์เดช ทองชู นายอำเภอสุขสำราญ นายสีหราช สรรพกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ระนอง ผู้นําท้องที่ ท้องถิ่น และผู้ได้รับผลกระทบ และหลังจากที่ได้ลงพื้นที่ ต้องขอขอบคุณ นายก อบจ.ระนอง ที่ได้ผลักดันนําเครื่องจักรเข้าไปแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก่อนในเบื้องต้น ส่วนระยะยาวต้องขอบคุณทาง จ.ระนอง นําโดย นางกรกช มหายศปัญญา โยธาธิการและผังเมือง จ.ระนอง ได้ประสานงานจัดทําโครงการโมเดลวางแผนแนวกั้นคลื่น ตามแบบของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน หาดประพาส โดยใช้แบบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงขอฝากไปถึงนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ผลักดันงบกลาง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนน้ำกัดเซาะชายฝั่งต่อไป.



