เมื่อวันที่  1 ก.ย.68 นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด และเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยว่า ตนมีความกังวลต่อโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2568/69 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และอาจทำให้ชาวนาเสียสิทธิ์ในการรับเงินช่วยเหลือ อีกทั้งน่าสังเกตว่าการบังคับใช้แอปพลิเคชันดังกล่าวอาจมีผลประโยชน์บางประการของรัฐแอบแฝงอยู่ ทั้งนี้ การลงทะเบียนเกษตรกรกว่า 4.6 ล้านครัวเรือนนั้น หากต้องใช้แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เป็นช่องทางหลักในการดำเนินงาน อาจลากยาวไป 2 เดือน ซึ่งชาวนาเกรงว่าจะได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรนาปรังที่รอคอยเงินช่วยเหลือมาแล้วกว่า 6 เดือนเพื่อใช้หนี้ ขณะที่นาปีก็ต้องเตรียมวางแผนการเพาะปลูก ซื้อปุ๋ย ยา

นายชัชวาล กล่าวอีกว่า สำหรับแอปพลิเคชันนี้ถูกตั้งคำถามถึงความพร้อมด้วย โดยเปรียบเทียบกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่มีระบบพร้อมจ่ายเงินและสามารถดำเนินการได้ทันที หากรัฐบาลเลือกใช้ช่องทางที่ไม่มีความพร้อมเต็มที่ จะทำให้ชาวนาเกิดความล่าช้าและความสับสน จนส่งผลต่อการวางแผนซื้อปุ๋ยและการเพาะปลูกในฤดูกาลนาปี นอกจากนี้ ตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลประชาสัมพันธ์ข้อมูลล่วงหน้าอย่างชัดเจน รวมถึงให้เปิดช่องทางสำรองให้เกษตรกรที่ไม่สะดวกใช้แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวนาเสียสิทธิ์ ทั้งนี้ขอเน้นย้ำว่ารัฐบาลควรฟังเสียงเกษตรกรก่อนดำเนินโครงการใดๆ ที่มีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก

“การดำเนินโครงการในลักษณะนี้ แม้มีวัตถุประสงค์ดี แต่การบังคับใช้เทคโนโลยีโดยไม่พร้อม อาจทำให้โครงการล่าช้าและชาวนาได้รับผลกระทบ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยทบทวนคำสั่งและแนวทางที่สร้างความยากลำบากให้เกษตรกร”นายชัชวาล กล่าว.