เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เตรียมจะบรรจุวาระการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาเรื่องร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ช่วงประมาณวันที่ 7-8 ก.ค.นี้ ซึ่งหลายพรรคการเมืองนำเสนอโมเดลที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ว่า น่าจะเป็นเฉพาะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 15/1 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยขณะนี้คาดว่าจะมีร่างที่ยื่นเข้าสู่สภาและเตรียมที่จะยื่นเข้าสู่สภาแล้วประมาณ 5-6 ฉบับ และคงต้องรอดูว่าจะมีร่างอื่นจากสมาชิกรัฐสภาส่วนอื่นหรือจากการเข้าชื่อของภาคประชาชนมาเพิ่มด้วยหรือไม่
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับในเชิงรายละเอียดของเนื้อหานั้น พรรคประชาชนยึด 3 หลักการที่เคยประกาศไว้ ได้แก่ 1.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 2.การวางกติกาไม่ให้กระบวนการถูกผูกขาดหรือกินรวบจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และ 3.ไม่เพิ่มอำนาจหรือเงื่อนไขพิเศษให้กับสมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิกรัฐสภากลุ่มใดในการชี้ขาดเรื่องเนื้อหารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งนี้ จากการดูร่างของพรรคการเมืองอื่นๆ แล้ว เห็นว่าร่างของพรรคเพื่อไทยสอดคล้องกับหลักการทั้ง 3 ข้อของเรา พรรคประชาชนจึงจัดสรร สส. ให้ไปร่วมลงชื่อเพื่อให้พรรคเพื่อไทยสามารถยื่นเข้าสู่สภาฯได้ ส่วนร่างของพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด ขณะที่ร่างของพรรคภูมิใจไทย ไม่สอดคล้องกับ 3 หลักการของเราคือไม่มีคูหาให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง ส.ส.ร. และเพิ่มอำนาจพิเศษให้กับสว.
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า หากถอยกลับไปมองในภาพใหญ่ การพิจารณาในวันที่ 7-8 ก.ค.นี้ จะเป็นการพิจารณาในชั้นรับหลักการ ซึ่งตนมองว่าทุกร่างหลักการโภาพใหญ่ตรงกันคือการเพิ่มเติมหมวด 15/1 ให้มี ส.ส.ร.หรือกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้น ในชั้นรับหลักการตนหวังว่าสมาชิกรัฐสภาจะโหวตรับหลักการทุกร่าง แม้ว่าจะมีเนื้อหารายละเอียดเช่น ที่มา ส.ส.ร. ที่มีความเห็นแตกต่างกัน แต่ก็สามารถนำไปถกกันในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ได้ และเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ประชาชนมีความประสงค์ให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สมาชิกรัฐสภาทุกคนควรตอบสนองหรือรับผิดชอบต่อผลดังกล่าว โดยโหวตรับหลักการทุกร่าง
เมื่อถามว่าขณะนี้มีเรื่องใดที่เป็นห่วงหรือกังวลหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ยังไม่มี เพราะในอีกมุมเราต้องยืนยันว่ารายละเอียดของแต่ละร่างมีความแตกต่างกัน แต่ในชั้นรับหลักการ เราคาดหวังว่าทุกคนรับทุกร่าง ส่วนรายละเอียดค่อยไปถกกันในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ โดยตนคิดว่าประเด็นที่เราให้ความสำคัญ อาทิ การเปิดให้มีคูหาเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง หรือการยืนยันว่าไม่ควรเพิ่มอำนาจพิเศษให้สว.นั้น ต่างเป็นประเด็นที่เราต้องไปผลักดันให้เต็มที่ในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญต่อไป.



