สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองอาร์ลิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ว่า เบสเซนต์กล่าวว่า เขากำลังเตรียมเอกสารสรุปทางกฎหมายให้กับอัยการสูงสุดตัวแทนรัฐบาลของสหรัฐ ซึ่งจะกำกับดูแลการอุทธรณ์ของรัฐบาลวอชิงตันต่อศาลฎีกาสหรัฐ โดยจะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขความไม่สมดุลทางการค้าที่มีมานานหลายสิบปี และหยุดยั้งการหลั่งไหลของเฟนทานิลเข้าสู่สหรัฐ

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์กลางสหรัฐตัดสินว่า ภาษีส่วนใหญ่ของทรัมป์ “ผิดกฎหมาย” และขัดขวางการใช้ภาษีของผู้นำสหรัฐ เป็นเครื่องมือสำคัญทางนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งศาลอนุญาตให้ภาษียังคงมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 14 ต.ค.นี้ เพื่อเปิดโอกาสให้รัฐบาลวอชิงตันยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์สหรัฐพิจารณาถึงความถูกต้องตามกฎหมายของสิ่งที่ทรัมป์เรียกว่า “ภาษีต่างตอบแทน” ซึ่งประกาศเมื่อต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ตามส่วนหนึ่งของสงครามการค้าของเขา อย่างไรก็ตาม คำตัดสินของศาลไม่ส่งผลกระทบต่อภาษีที่ออกภายใต้อำนาจทางกฎหมายอื่น ๆ เช่น ภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม

ทรัมป์ให้เหตุผลว่า ภาษีทั้งสองประเภท รวมถึงภาษีที่เรียกเก็บเมื่อไม่นานมานี้ เป็นไปตามกฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (ไออีอีพีเอ) ฉบับปี 2520 ซึ่งมอบอำนาจให้ประธานาธิบดีสหรัฐ จัดการกับ “ภัยคุกคามที่ผิดปกติและพิเศษ” ในช่วงภาวะฉุกเฉินระดับชาติ

“ผมมั่นใจว่า ศาลฎีกาสหรัฐจะพิพากษายืนอำนาจของประธานาธิบดี ในการใช้ไออีอีพีเอ และมีหน่วยงานอีกหลายแห่งที่สามารถใช้กฎหมายฉบับนี้ได้ แม้ไม่มีอำนาจและประสิทธิภาพเทียบเท่ากับประธานาธิบดีก็ตาม” เบสเซนต์ กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : AFP