สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันคาดหวังการให้ศาลฎีกาวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับภาษีให้เร็วที่สุด และมั่นใจว่า จะเป็นผู้ชนะ แต่ยังคงเตือนว่า หากศาลสูงสุดของประเทศสั่งยกเลิกมาตรการภาษีทั้งหมด “สหรัฐจะกลายเป็นประเทศโลกที่สาม”
ทั้งนี้ ทรัมป์อ้างการใช้อำนาจตามกฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (ไออีอีพีเอ) ฉบับปี 2520 ในการกำหนดอัตราภาษีกับประเทศและดินแดนคู่ค้าบนโลก และภาษีพื้นฐาน 10% ซึ่งประกาศเมื่อต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา พร้อมทั้งระงับภาษีที่ผู้นำสหรัฐใช้กับแคนาดา เม็กซิโก และจีน ซึ่งมีการประกาศก่อนหน้านั้นด้วย
President Trump said his administration would ask the Supreme Court for an expedited ruling in hopes of overturning a federal court decision that many of his tariffs were illegally imposed https://t.co/Uk199f0oFW pic.twitter.com/2CXmj5awjT
— Bloomberg (@business) September 2, 2025
อนึ่ง ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ ซึ่งตั้งอยู่ที่ย่านแมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์กของสหรัฐ ที่มีคำพิพากษา เมื่อปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ให้ทรัมป์ระงับมาตรการดังกล่าว ซึ่งแน่นอนว่า ทำเนียบขาวยื่นอุทธรณ์ทันที และอุทธรณ์กลางสหรัฐมีคำพิพากษา เมื่อปลายเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ว่าสภาคองเกรสเท่านั้น เป็นสถาบันของประเทศ ที่มีอำนาจปรับเปลี่ยน ควบคุม และกำหนดกฎเกณฑ์ด้านการพาณิชย์กับนานาประเทศ
อย่างไรก็ตาม คำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ไม่ได้ครอบคลุมการเก็บภาษียานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เหล็ก และอะลูมิเนียม ที่ทรัมป์กำหนดในอัตรา 25% ซึ่งเป็นการใช้อำนาจตามมาตรา 232 ของกฎหมายการขยายการค้า ฉบับปี 2505 ยิ่งไปกว่านั้น กว่าคำพิพากษาดังกล่าวของศาลอุทธรณ์จะมีผลบังคับใช้ คือในวันที่ 14 ต.ค. นี้ เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสโดยปริยาย.
เครดิตภาพ : AFP



