ยาหลายประเภทมีฤทธิ์ที่ส่งผลข้างเคียงต่อร่างกาย โดยเฉพาะอวัยวะภายในของผู้รับประทานเข้าไป ขณะเดียวกันมียาบางชนิดที่อาจทำให้เกิดผลต่อสุขภาพช่องปากได้ด้วยเช่นกัน
“คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” บอกเล่าสาระน่ารู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การรับประทานยาบางชนิดสามารถส่งผลต่อสุขภาพช่องปากของเราได้ เพราะยาหลายประเภทอาจมีผลข้างเคียงที่กระทบต่อเนื้อเยื่อในช่องปากและการหลั่งน้ำลาย อาทิ ยาต้านซึมเศร้า ยาแก้แพ้ ยาลดความดันโลหิต ยาต้านมะเร็ง ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะปากแห้ง (Xerostomia)
ทั้งนี้ น้ำลาย มีบทบาทสำคัญในการหล่อลื่น ป้องกันฟันผุ และควบคุมเชื้อโรคในช่องปาก ดังนั้น เมื่อปริมาณน้ำลายลดลง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ เหงือกอักเสบ และกลิ่นปาก
นอกจากนี้ ยาบางกลุ่ม อาทิ ยากันชัก ยาลดความดันโลหิตบางชนิด ยังอาจทำให้เกิดภาวะเหงือกบวมโตได้ด้วย

การป้องกันปัญหาสุขภาพจากการใช้ยา
-ผู้ป่วยควรแจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งเกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ เพื่อให้สามารถวางแผนการดูแลที่เหมาะสม
-ควรใส่ใจดูแลช่องปากอย่างใกล้ชิด อาทิ แปรงฟันให้สะอาดวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ และพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันอย่างสม่ำเสมอ
-สำหรับผู้ที่มีภาวะปากแห้ง ควรจิบน้ำบ่อย ๆ ใช้น้ำลายเทียมตามคำแนะนำ
-หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ซึ่งอาจทำให้อาการแย่ลงได้
แม้การใช้ยาบางชนิดจะส่งผลกระทบต่อช่องปากได้ แต่หากได้รับการดูแลที่เหมาะสม และอยู่ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์และแพทย์ผู้ให้การรักษา ก็สามารถลดผลข้างเคียงลงได้ และยังคงมีสุขภาพช่องปากที่ดีควบคู่กับการรักษาโรคประจำตัว



