“ช้างศึกหนุ่ม” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี เตรียมพร้อมลุยต่อเกมที่ 2 ในฟุตบอลอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 2026 รอบคัดเลือก กลุ่ม F ที่จะพบ เลบานอน ที่ธรรมศาสตร์ สเตเดียม วันที่ 6 ก.ย. 68 เวลา 19.30 น.

นัดแรก ทีมชาติไทย ถล่ม มองโกเลีย 6-0 เสกสรรค์ ราตรี ทำแฮตทริก และ อิคลาส สันหรน, ชวัลวิทย์ แซ่เล้า กับ ยศกร บูรพา คนละ 1 ลูก ส่วนอีกคู่ เลบานอน ชนะ มาเลเซีย 1-0 รอบนี้คัดแชมป์ 11 กลุ่ม กับอันดับที่ 2 ที่ดีที่สุดเข้ารอบสุดท้าย ที่ซาอุดีอาระเบีย ในเดือน ม.ค. ปีหน้า ดังนั้น ในนัด 2 หากไทยชนะ เลบานอน โอกาส เข้ารอบมีสูงมาก

ความเคลื่อนไหวเมื่อ 4 ก.ย. ทีมไทย เน้นฟื้นฟูสภาพร่างกายนักเตะที่ลงสนาม ขณะที่ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เฮดโค้ชทีมชาติไทย กล่าวว่า เกมแรกชื่นชมนักเตะสร้างสรรค์เกมรุกได้เยอะ ต่อเนื่อง กดดันคู่แข่งได้มาก แต่ติดที่ใช้โอกาสเปลืองไปบ้าง การได้ประตูเร็ว (นาทีที่ 2-อิคลาส) มีส่วนให้เล่นง่ายขึ้น สิ่งที่เน้นกับนักเตะคือ ให้มีสมาธิมากที่สุด ซึ่งก็ทำได้ดี การสื่อสาร ช่วยกันสั่งเกม

โค้ชวัง กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ต้องปรับในเกมนี้คงเป็นเรื่องการเล่นร่วม วินัยเกมรับ แม้อาจจะสร้างเกมรุกได้เยอะ แต่ก็พยายามไม่เสียประตู ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เล่นด้วยความมุ่งมั่น และไม่ประมาทคู่ต่อสู้ จะส่งผลหลายอย่างในแมตช์ต่อๆ ไป นอกจากนี้ โค้ชวัง กล่าวด้วยว่า พยายามโรเตชั่นนักเตะ เพื่อรักษาร่างกาย เพราะหลายคนเล่นลีกมา 3 นัด ต้องมองถึง 2 เกมข้างหน้า รักษาสมดุลมากที่สุด แสดงประสิทธิภาพ เพื่อเป็นแชมป์กลุ่ม

กุนซือช้างศึก กล่าวอีกว่า สิ่งที่พัฒนาจากชิงแชมป์อาเซียน ที่ได้อันดับ 3 คือเรื่องสภาพร่างกาย ตอนนั้นไม่มีปรีซีซั่นของสโมสร แต่ตอนนี้ลีกเปิดแล้ว ร่างกายสมบูรณ์มากขึ้น และอาจจะมีหลายคนที่มาเติม ไม่ว่าจะเป็น วาริส ชูทอง, ชานนท์ ทำมา รวมถึง คคนะ คำยก นอกจากนี้ พยายามให้เล่นร่วมกัน ที่อยู่สโมสรเดียวกัน เพื่อความเข้าใจเกม เช่นเกมริมเส้น ที่ พลเอก มณีกร เล่นกับ อิคลาส สันหรน 2 นักเตะจาก พีที ประจวบ เอฟซี ไม่ต้องปรับอะไรเยอะ มีความสัมพันธ์จากสโมสร