เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในการประชุม วาระสำคัญคือการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้าร่วมประชุมโหวตนายกฯ รวมถึง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก็เข้าร่วมประชุมด้วย

ก่อนการโหวตเลือกนายกฯ ที่ประชุมมีมติรับหลักการ ร่างพ.ร.บ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ และร่าง พ.ร.บ.การรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (PRTR) ที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้เสนอ โดยเป็นการโหวตวาระแรกรับหลักการ จากนั้น น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย เสนอญัตติให้เลื่อนวาระการโหวตให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 ขึ้นมาพิจารณา บรรยากาศก่อนโหวตวุ่นวายบ้าง เมื่อ สส. ขั้วรัฐบาลเดิมอภิปรายเชิงโจมตีกันมากว่า เป็นการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ทำลายหลักการประชาธิปไตย

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ตอบโต้ว่า ยืนยันว่าข้อตกลงของพรรค ปชน.และพรรคภูมิใจไทย ดำเนินการถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ไม่ละเมิดประชาธิปไตย เพราะไม่มีกฎหมายใด ห้ามฝ่ายค้านไปเลือกพรรคใดเป็นรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 ก.ย. มีการลด แลก แจก แถม มีพรรคการเมืองบอกว่ายอมรับทุกข้อของพรรค ปชน. ถ้าท่านบอกว่าสิ่งที่เป็นข้อเสนอของพรรค ปชน.ผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ แล้วรับทำไม วันนี้ท่านไม่ได้รับเลือก ไม่ได้เข้ารอบ

เมื่อเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ เสร็จ มีอภิปรายอีกครั้ง สส.ขั้วรัฐบาลเดิมหลายคน อภิปรายโจมตีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในเรื่องข้อครหาเกี่ยวกับฮั้ว สว. และคดีที่ดินเขากระโดง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่าจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อตกลงสองพรรค เพราะอาจมีลักษณะที่ขัดต่อหลักความเป็นอิสระของ สส. ไม่อยู่ในอาณัติมอบหมายหรือการครอบงำใดๆ ตามรัฐธรรมนูญ ม.114

นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า มีข่าวลือหนาหูเหม็นคลุ้งในสภาถึงการจะมาเป็นนายกฯ ของนายอนุทินมีการใช้เงิน 1,500-2,000 ล้านบาท นายอนุทินต้องเคลียร์เรื่องนี้ เริ่มจากพรรคเพื่อไทยหายไป 8 คน ใครๆ ก็รู้ เป็นอะไรถึงหายไป อยากทราบตัวเลขจริงๆ ที่ไปรองรับให้นายอนุทินเป็นนายกฯ ใช้เท่าไร ขอให้ไปสาบานวัดพระแก้วว่า ไม่มีการสนับสนุนเงินต่างๆ ตนมาโดยบริสุทธิ์ ถ้าไม่บริสุทธิ์ให้มีอันเป็นไปใน 7 วัน 9 วัน

อย่างไรก็ตาม ในที่สุดก็สามารถโหวตแบบขานชื่อได้ในเวลา 15.00 น. ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับเลือกเป็นนายกฯ สส.พรรค ปชน. ได้โหวตให้นายอนุทินอย่างพร้อมเพรียง ที่ประชุมเห็นชอบให้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ด้วยคะแนน 311 เสียง สนับสนุนนายชัยเกษม 152 เสียง งดออกเสียง 27 เสียง สำหรับคะแนนที่โหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนใหญ่เป็นพรรคที่จับขั้วกันเดิม ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กลุ่มนายสุชาติ ชมกลิ่น ที่ลงมติไปในทางเดียวกันทั้งหมด

รวมถึงกลุ่มงูเห่าจากพรรคเพื่อไทย 8 เสียง และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พรรคไทยสร้างไทย 6 คน สำหรับพรรค รทสช. สส.ในกลุ่มนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค โหวตให้นายอนุทินด้วย หลังลงคะแนนเสร็จสิ้น นายเอกนัฏเดินไปแสดงความยินดีกับนายอนุทิน มีรายงานว่า เหตุผลในการโหวตให้นายอนุทินในครั้งนี้ ไม่ได้มีการยื่นต่อรอง หรือตกลงเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีใดๆ

พรรคประชาธิปัตย์ มีคนสวนมติพรรคมาร่วมสนับสนุนนายอนุทินทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง นายราชิต สุดพุ่ม สส.นครศรีธรรมราช นายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา และนายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคชาติพัฒนา มีนายประสาท ตันประเสริฐ สส.นครสวรรค์ นอกจากนี้ ยังมี น.ส.ประภา เฮงไพบูลย์ สส.กาฬสินธุ์ พรรคภูมิใจไทย ที่ก่อนหน้านี้เป็นงูเห่าของพรรคภูมิใจไทย แต่การโหวตรอบนี้กลับมาสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ

เดิมนายอนุทิน ประกาศว่า เสียงพรรคที่ไม่ใช่ ปชน.ที่สนับสนุน มี 146 เสียง เท่ากับได้เสียงเพิ่มขึ้น ราว 22 เสียง (เสียงสนับสนุน 311 เสียง ตัดเสียง ปชน.ออก 143 เสียง เหลือ 168 เสียง ลบเสียงที่ประกาศแต่แรก 146 เสียง = เสียงเพิ่ม 22 เสียง ) ซึ่งนายอนุทินได้ชี้แจงกับแกนนำพรรค ปชน. เนื่องจากมีกระแสข่าวภูมิใจไทยปั่นคะแนนหาโหวตเพิ่ม เพื่อเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ผิดข้อตกลงไม่เพิ่มเสียง โดยนายอนุทินยืนยันว่า ไม่ได้ปั่นคะแนน และยึดถือที่ 146 เสียงเท่านั้น

คะแนนเห็นชอบนายชัยเกษม มาจากพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ (ปช.) พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พรรคไทรวมพลัง พรรคชาติพัฒนา นอกจากนี้ ยังมี 2 เสียงจากพรรค พปชร. ได้แก่ นายอนันต์ ผลอำนวย และนายปริญญา ฤกษ์หร่าย สส.กำแพงเพชร ที่ก่อนหน้านี้เคยโหวตสวนมติพรรคไปให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2569 วาระ 3 ซึ่งการโหวตรอบนี้ก็ยังโหวตสวนมติพรรค คือโหวตให้นายชัยเกษมเป็นนายกรัฐมนตรี

ส่วนคะแนนงดออกเสียง 27 เสียง มาจากพรรคประชาธิปัตย์ 20 เสียง ประธานสภา และรองประธานสภา ทั้งสองคน นายอนุทิน และ สส.รทสช. คือ นายวิทยา แก้วภราดัย สส.บัญชีรายชื่อ พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร สส.นครปฐม และนายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร สส.พัทลุง ทั้งนี้ ไม่พบการลงคะแนน 2 คน ได้แก่ ว่าที่ ร.ท.ยุทธการ รัตนมาศ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และน.ส.ปิยะนุช ยินดีสุข สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย

เพจเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความว่า “พรรคเพื่อไทย พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านตามครรลองของรัฐสภา ยึดมั่นหลักการประชาธิปไตย ขอขอบคุณทุกแรงใจ นโยบายหลายเรื่องที่ยังค้างไว้ เราจะรอวันกลับมาสานต่อให้สำเร็จเพื่อคนไทยทุกคน…ตลอดไป” ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.โพสต์ X เป็นภาพนายณัฐพงษ์ที่มีคำบรรยายว่า “พรรคประชาชนชัดเจน โหวตนายกฯ คนที่ 32 เพื่อหาทางออกให้ประเทศ ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ เปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ” และโพสต์ข้อความอธิบายเพิ่มเติม ถึงการหาทางออกให้การเมืองไทย เดินหน้าสู่การเลือกตั้ง

ความเคลื่อนไหวที่จังหวัดบุรีรัมย์ มีเจ้าหน้าที่เอาเต็นท์มากางบริเวณรอบอนุสาวรีย์สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “วงเวียนช้าง” เพื่อเตรียมจัดพิธีแก้บนให้กับนายอนุทินที่มีข่าวว่า จะบินมาแก้บนทันที นายสุริชัย ศรีหาบุญทัน อายุ 52 ปี ผู้ดูแลวงเวียนอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 กล่าวว่า การบนบานที่นี่จะใช้เลข 9 เป็นหลัก ถ้าเป็นงานของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด จะใช้ไก่ 9 เป็ด 9 ของหวาน 9 อย่าง ผลไม้ 9 อย่าง ได้รับคำสั่งมาแล้วให้เตรียมสถานที่ให้พร้อมรองรับที่นายอนุทินจะแก้บน แต่วันเวลายังไม่แน่นอน คาดว่าน่าจะมาวันอาทิตย์ที่ 7 ก.ย. เพราะวันนั้นจะมีการบวงสรวงใหญ่ ซึ่งนายอนุทิน อาจจะมาเปิดงานพร้อมแก้บนไปในตัวก็ได้

เมื่อเวลา 17.10 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังที่ประชุมสภาเห็นชอบเป็นนายกฯ คนที่ 32 ว่า จะตั้งใจทำงานให้เต็มที่ เพราะว่าเวลามีอยู่ไม่นาน ต้องทำงานทุกวันให้คุ้มค่าที่สุด จากนี้ไม่มีวันหยุดแล้ว ต้องทำงานหนักมากไม่ใช่มากขึ้นอย่างเดียว ต้องทำให้สิ่งที่เป็นปัญหาอยู่ได้รับการคลี่คลายโดยเร็วที่สุด

จากนั้น นายอนุทินเดินทางออกจากอาคารรัฐสภาด้วยรถยนต์ส่วนตัวยี่ห้อโรลส์รอยซ์ ทะเบียน วอ 3333 กรุงเทพมหานคร ไปเยี่ยมบิดา “ลุงจิ้น” ชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีต รมว.มหาดไทย ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี นายชวรัตน์ ได้พูดกับนายอนุทินว่า “พ่อดีใจมาก ดีใจที่ได้เห็นวันนี้ หนูก็ทำตัวดีๆ นะ” โดยนายอนุทินหัวเราะ พร้อมตอบว่า “ทำตัวดีอยู่แล้ว” ทั้งนี้ มีรายงานว่านายอนุทินจะเดินทางเข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ในเวลา 20.00 น. วันเดียวกันนี้

โผ ครม. “อนุทิน” โดยคาดว่า นายอนุทิน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.มหาดไทย ส่วน รมช.มหาดไทย มีชื่อนายทรงศักดิ์ ทองศรี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ซึ่งเป็นชุดเดิม อยู่ในโผด้วย สำหรับกระทรวงคมนาคม มีชื่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ด้าน น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี คาดว่า จะไปเป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขณะที่ 2 รัฐมนตรีป้ายแดง คาดว่า นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย จะเป็นรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง คาดว่าจะนั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

พรรคร่วมรัฐบาล พรรคกล้าธรรมได้ 7 เก้าอี้ มีการเสนอ 4 รัฐมนตรีว่าการ และ 3 รัฐมนตรีช่วย โดยคาดว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม แต่ตำแหน่งนี้พรรค พปชร.ก็ต้องการ จึงต้องพูดคุยกันอีกครั้ง นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งเป็นตำแหน่งเดิมในสมัยรัฐบาลแพทองธาร นายอัครา พรหมเผ่า คาดว่าได้เก้าอี้ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ (กลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น) คาดว่า นายสุชาติ มาดำรงตำแหน่ง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นอกจากนี้ยังมีชื่อ จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.พาณิชย์ เป็นรมว.อุตสาหกรรม ในส่วนนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ที่ขน สส.เพื่อไทย เข้าร่วมรัฐบาล 8 คน คาดว่า จะได้รัฐมนตรี 1 เก้าอี้ตามความเหมาะสม ซึ่งอาจให้นายนริศ ขำนุรักษ์ ที่ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ในวันเดียวกันนี้ มานั่งเก้าอี้แทน เนื่องจากนายศักดิ์ดายังสังกัดพรรคเพื่อไทย หากเป็นรัฐมนตรีข้ามขั้วอาจถูกร้องเรียนจริยธรรม

พรรค พปชร.ได้โควตารัฐมนตรี 4 เก้าอี้ คาดว่า นายสันติ พร้อมพัฒน์ จะได้รองนายกฯ ควบ รมว.สาธารณสุข พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ซึ่งมีความใกล้ชิด “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ชิงดำ รมว.กลาโหมกับผู้กองธรรมนัส ส่วนอีก 2 เก้าอี้ เป็น รมช. แต่ยังรอการเกลี่ยให้เหมาะสมกับพรรคร่วม โควตากลาง 5 กระทรวง ที่อาจต้องใช้คนนอกเข้ามาเบื้องต้น ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงพลังงาน

สำหรับกรณี “อดีตนายกฯ แม้ว” นายทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปสิงคโปร์แล้วอยู่ ๆ เครื่องบินกลับเปลี่ยนไปดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แทน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวเพียงว่า นายทักษิณจะกลับหรือไม่ ให้ไปดูเพจของเจ้าตัว ส่วน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ไม่ตอบคำถาม

ผู้สื่อข่าวถาม “เลขาบอย” สรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ว่า ขวัญกำลังใจของ สส.เพื่อไทยเป็นอย่างไร ภายหลังนายทักษิณไปดูไบ นายสรวงศ์ หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า นายทักษิณ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพรรคเพื่อไทย และการเดินทางเป็นเรื่องส่วนตัว และเป็นการเดินทางที่ไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร ไม่ทราบจริงๆ ว่า นายทักษิณ จะกลับมาไทยหรือไม่ เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา แต่ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะไม่กลับ.

“ทีมข่าวการเมือง”