ก่อนจะลงมือคลุกเคล้าและบรรจงปาดเครื่องใส่กิมจิผักกาดขาวที่ผ่านการหมักดองกับเกลือจนได้รสเปรี้ยวได้ที่ ซึ่งหัวหน้าเชฟของไฮแอท รีเจนซี ระดมลูกมือช่วยกันจัดเตรียมให้เป็นกรณีพิเศษ ทุกคนมีโอกาสได้นั่งฟังเรื่องเล่าเกร็ดประวัติศาสตร์อาหารเกาหลีจาก นายคุณากร วาณิชย์วิรุฬห์ นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์โลก

“อาหารเกาหลีคือ ‘ความสร้างสรรค์ที่ผสานผ่านกาลเวลา’ ที่สะท้อนทั้งภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ของประเทศ แต่ละเมนูไม่เพียงโดดเด่นในรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ หากยังเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตซึ่งเล่าเรื่องราวการหล่อหลอมของสังคมเกาหลี ยกตัวอย่าง “กิมจิ” ที่ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่สมัยเริ่มต้นเกษตรกรรม เพื่อถนอมอาหารให้คนอยู่รอดในฤดูหนาว “คิมบับ” ที่สะท้อนวิถีชีวิตครอบครัวและการเดินทางในชีวิตประจำวัน หรืออาหารที่พัฒนาขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งบอกเล่าการปรับตัวของสังคมเกาหลีต่อบริบทโลก การเข้าใจรากเหง้าเหล่านี้ทำให้การชิมอาหารไม่ใช่แค่รสอร่อย แต่เป็นการสัมผัสประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้ และยังต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งและมีความหมายยิ่งขึ้น”

ขณะที่ นายคิม จงฮุน รักษาการรองประธานบริหารฝ่ายการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) กล่าวว่า อาหารเกาหลีเป็นมากกว่าเมนูทั่วไป แต่คือทูตทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกเข้าด้วยกัน ผ่านความแตกต่างทางภูมิศาสตร์ที่เด่นชัดของสี่ฤดูกาล ทำให้วัตถุดิบและอาหารของแต่ละฤดูมีความหลากหลาย และยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคไว้ได้อย่างครบถ้วน ดังนั้น การท่องเที่ยวเชิงอาหารจึงได้กลายเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการเดินทางไปเยือนเกาหลีใต้ และเพื่อตอบรับกระแสนี้ KTO ได้ริเริ่มโครงการสำคัญด้วยการคัดเลือกเมนูอาหารท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์จำนวน 33 รายการจากทั่วประเทศ เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงอาหารที่ลึกซึ้งและครบถ้วน
นางสาวเจนจิต ลัดพลี ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์กร เคทีซี กล่าวว่า ปัจจุบันผู้คนเดินทางด้วยเหตุผลที่ลึกซึ้งกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงเพื่อท่องเที่ยว แต่เพื่อ ‘ประสบการณ์ที่มีความหมาย’ (Experience with Purpose) ที่สะท้อนทั้งแรงบันดาลใจ วัฒนธรรม และความชอบเฉพาะบุคคล จุดแข็งของเคทีซีคือการทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ที่เชื่อมโยงพันธมิตรจากต่างอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ความร่วมมือกับ KTO และ ECONMASS ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการโปรโมตอาหารเกาหลี แต่เป็นการขับเคลื่อน Soft Power ผ่านมุมมองที่ร้อยเรียงทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสื่อสารมวลชนเข้าด้วยกัน


นางสาวดวงพร อุดมทิพย์ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ กล่าวปิดท้ายว่า กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนความร่วมมืออันแข็งแกร่งของทั้งสามองค์กร และเป็นแรงบันดาลใจให้สื่อมวลชนสร้างสรรค์เนื้อหาที่เชื่อมโยงมิติใหม่ของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงยังเปิดโอกาสช่วยสร้างอาชีพและธุรกิจใหม่ ๆ อีกด้วย
นอกจากกิมจิแล้ว สมาชิกยังมีโอกาสได้ลงมือจัดเรียงและบรรจงม้วนข้าวห่อสาหร่ายหรือ คิมบับ สไตล์เกาหลีอีกเมนูด้วย ก่อนจะตบท้ายด้วยการลิ้มลองเมนูอาหารเกาหลีทั้งปอเปี๊ยะวุ้นเส้นเกาหลี ไก่ผัดซอสเกาหลี และจับแช ผัดวุ้นเส้นเกาหลี ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีกิมจิเป็นเครื่องเคียงด้วย



