วันที่ 7 ก.ย. “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อยู่ที่พรรคเพื่อไทยพร้อมลูกพรรค เพื่อเตรียมรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกฯ ซึ่ง “ว่าที่นายกฯ หนู” บอกว่า ได้เตรียมตั้งคณะรัฐมนตรีไว้แล้วเพื่อเริ่มงานได้ทันที

วันที่ 5 ก.ย. ในตอนค่ำ ผู้สื่อข่าวถามว่าที่นายกฯ เรื่องที่ “มท.อ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าหากเลือกนายอนุทิน เขากระโดงจะหายไปตลอดกาล

ว่าที่นายกฯ ตอบผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ว่า “ขอให้ความมั่นใจ อะไรเป็นของรัฐ ก็ต้องเป็นของรัฐ แต่ขอให้ทำตามกฎหมาย อย่ามายัดเยียด หรือมาปรุงแต่งเหมือนที่เขาทำกันมา ผมจะใช้กฎหมายเต็มที่ เปิดเผย เพื่อให้กฎหมายเป็นที่ยอมรับของทุกคน ให้ปราศจากข้อสงสัยว่าพวกเราไม่ได้ทำ แล้วก็ไม่มีใครสามารถเอาผิดพวกเราได้ ยกเว้นพวกที่จะเอาเรื่องนี้มาใส่ร้ายป้ายสี แต่ไม่ขอบอกว่าใคร เท่าที่ติดตามดูก็เห็นอยู่แล้วว่าใคร”

“ถ้าคนอย่างพวกผมยังโดนกล่าวหา กลั่นแกล้งขนาดนี้ แล้วประชาชนทั่วไปเวลาโดนแบบนี้บ้างจะเป็นอย่างไร ฉะนั้นตรงนี้หากเข้ามาแล้วก็ต้องทำให้ดีขึ้น อำนาจการกลั่นแกล้งและความพยายามทั้งหลายที่จะยัดเยียดข้อหา หรือใช้อำนาจรัฐก่อให้เกิดโทษแก่ผู้ที่เป็นฝ่ายตรงข้าม สิ่งพวกนี้ต้องหมดไป และต้องใช้กระบวนการยุติธรรมที่ต้องเท่าเทียมกันหมด บ้านเมืองนี้มีขื่อมีแป มีกฎหมาย อย่าให้คนพาลมาทำแบบนี้เพื่อประโยชน์ของตัวเอง ผมไม่มีคำว่าเช็กบิล และไม่มีอะไรทั้งสิ้น และคำว่า ‘เจ๊เก็บตังค์’ สำหรับผมไม่มี” นายอนุทิน กล่าว

วันที่ 6 ก.ย. ที่พรรคภูมิใจไทย ที่ร้านกาแฟ “จาบาริสตา” ของ น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายอนุทิน นายอนุทินได้หารือกับผู้ที่คาดว่าจะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสัดส่วนคนนอก คือ 1. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร เป็น รมว.คลัง 2. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็น รมว.การต่างประเทศ และ 3. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เป็น รมว.พลังงาน ทั้ง 4 คนรับประทานเค้กส้ม ข้าราชการและอดีตข้าราชการที่เตรียมเป็นรัฐมนตรี ล้วนมีผลงานเป็นที่ยอมรับในสายงานตัวเอง ทำให้การเปิดตัวน่าสนใจทันที

นายอนุทิน เปิดเผยถึงการทาบทามอย่างชัดเจน ผิดจากรัฐบาลอื่นที่ผ่านมา ที่มักจะเป็นการเก็งรายชื่อ หรือเรียกว่า โผ ให้คาดเดากันไปต่างๆ ว่าที่นายกฯ กล่าวว่า การเลือกคนนอก เลือกจากความสามารถ ประสบการณ์ความทุ่มเทเสียสละ เวลาเรามีน้อย ก็จะเริ่มเตรียมงานและประสานงานกันไว้ก่อน หลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก็จะได้ทำงานได้ทันที

“หน้าตา ครม.ไม่ขี้เหร่แน่นอน ต้องเป็น ครม. ที่เข้ามาแล้ว ทำงานได้เลย สโลแกน ‘สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน’ ของผม ก็ยังถือว่าเป็นแนวทางการทำงานของพวกเราอยู่ จะตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด อีก 4 เดือนก็ต้องยุบสภา ดังนั้นต้องทำทุกอย่างภายในอีก 4 เดือนให้เกิดผลงาน ให้เกิดความคืบหน้าและการแก้ปัญหาให้มากที่สุด ให้รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายในแต่ละกระทรวงมีอำนาจเต็มที่ในการกำหนดนโยบาย โดยไม่ต้องรอว่าหัวหน้ารัฐบาลจะเอาด้วยหรือไม่ จะมาพูดว่าเดี๋ยวจะขัดกับพรรคโน้นพรรคนี้หรือไม่ต้องไม่มี ผมจะเอาประสบการณ์ที่มีของรัฐบาล 2-3 ชุดที่ผ่านมาปรับ จากที่เห็นจุดอ่อนของการมีปัญหาและไม่ทำงาน เพราะกังวลเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบกัน” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทินกล่าวต่อว่า “ภาพของ ครม.อนุทิน เป็นภาพมืออาชีพที่ทำงาน ผู้ที่ร่วมทำงานทุกคนมีความเป็นพี่น้องสมัครสมานสามัคคี ผมเป็นสมาชิก ใน ครม. ที่มี 36 คนมาหลายสมัย รู้สึกว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวแทบจะไม่เลย คุยแต่เรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ไม่เคยมีการตัดสินใจร่วมกันเลย ภาพแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลของผม ทุกคนจะต้องเข้าใจเป้าหมายเดียวกันและเข้าใจภารกิจที่เรามีอย่างจำเพาะ ต้องให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน”

ต่อมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เดินทางมายังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย พบกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อหารือเป็นการส่วนตัว จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส เดินมาที่ร้านกาแฟ จาบาริสตา สั่งเครื่องดื่มอเมริกาโน่ร้อน และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ตนมารับภรรยา (น.ส.ธนพร ศรีวิราช ที่มาที่ร้านกาแฟ) ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการยืนยันตำแหน่ง รมว.กลาโหม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นผู้จัดการ ที่ข่าวว่าตนแย่งตำแหน่งนี้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด ตำแหน่งทางการเมืองแย่งกันไม่ได้ และไม่ได้คิดแย่งอะไร

นายอนุทินพา ร.อ.ธรรมนัสมาที่ร้านกาแฟ ร.อ.ธรรมนัสได้ขอชนแก้วกับว่าที่นายกรัฐมนตรี นายอนุทินหัวเราะ และบอกว่า “หวังว่าจะไม่เหมือนช็อกมินต์” (เครื่องดื่มที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ชอบ และเคยใช้ดื่มเป็นสัญลักษณ์การตั้งรัฐบาลร่วมกัน) ก่อนที่จะสั่งเค้กส้มให้ ร.อ.ธรรมนัสได้ลองชิม ซึ่งผู้กองบอกว่า อร่อยมากจนผู้สื่อข่าวแซวว่า อร่อยเหมือนช็อกมินต์หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า “จำไม่ได้”

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ที่โหวตสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ กล่าวยืนยันว่า ไม่ใช่งูเห่า เพราะงูเห่าในทางการเมืองต้องหักหลังกัน ตนแสดงจุดยืนตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. ว่าจะเลือกนายอนุทินเป็นนายกฯ ไม่ได้หักหลังใคร วันที่เดินออกจากพรรคยังไม่รู้เลยว่าใครจะตั้งรัฐบาลได้ ขอให้ดูว่า ถ้ายุบสภาเมื่อไร รัฐบาลหมดวาระเมื่อไร จะได้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยเหลือกี่คน เคยพูดเมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมาว่า โหวตนายกฯ เสียงมากกว่า 300++ ก็ไปดูวันนี้เห็นแล้ว 311 เสียง เพราะกระแสหรือการตอบรับการบริหารราชการที่ผ่านมา เป็นตัวชี้วัดแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า การสวมเสื้อเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าไปต่อไม่ได้แล้วจริงๆ หรือ นายศักดิ์ดา ตอบว่า “ผลงานรัฐบาล 2 ปีเศษ เกิดผลอะไรกับประชาชนในชนบท ไม่มีเลย ลองไปดูหนี้สินท่วม ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ”

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ ประธาน สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันอังคารที่ 9 ก.ย.นี้ จะประชุม สส.ประจำสัปดาห์ของพรรคเพื่อไทย โดยจะเปิดให้ สส. ที่เข้าร่วมประชุม ได้แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น หลังต้องสลับขั้วมาทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และให้แต่ละคนเปิดใจอธิบายความรู้สึกที่มีต่อพรรค เมื่อถามถึงมาตรการดำเนินการ สส.ที่โหวตสวนมติของพรรค ซึ่งในจำนวนนี้มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยอยู่ด้วย นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเป็นไปตามกระบวนการ และขั้นตอนของพรรค ซึ่งคาดว่าที่ประชุมวันอังคารจะมีการหารือ ต้องผ่านการตรวจสอบของคณะกรรมการจริยธรรมของพรรคด้วย ถ้าจะให้ขับออก ก็ต้องขับออก

นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แถลงลาออกจากการเป็น สส.พรรคเพื่อไทย ระบุว่า ขอลาออกเพื่อไปทำงานด้านกฎหมาย พัฒนาคน และทำงานตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน บัญชีรายชื่อลำดับถัดไปคือ นายรุ่งเรือง พิทยศิริ บัญชีรายชื่อลำดับที่ 41

ในช่วงเย็นวันที่ 6 ก.ย. ว่าที่นายกฯ เคาะโผ ครม.หนู เบื้องต้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ ควบ รมว.มหาดไทย มีชื่อ นายทรงศักดิ์ ทองศรี และ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็น รมช.มหาดไทย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค เป็น รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี เป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็น รมว.คมนาคม นายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา

สำหรับโควตาคนนอกที่ชัดเจนแล้ว นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็น รมว.ต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็น รมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ เป็น รมว.พลังงาน นายจตุพร บุรุษพัฒน์ เป็น รมว.พาณิชย์ ส่วนตำแหน่ง รมว.ยุติธรรมยังเป็นโควตาคนนอก ซึ่งมีกระแสข่าวว่าเป็นตำรวจ

ในส่วนของพรรคกล้าธรรม 7 เก้าอี้ มีการเสนอ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เป็น รมว.กลาโหม แต่ทางพรรค พปชร. ก็ต้องการเก้าอี้นี้ จึงต้องพูดคุยให้ชัดเจนอีกครั้ง นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็น รมว.ศึกษาธิการ นายอัครา พรหมเผ่า เป็น รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายไผ่ ลิกค์ จะได้ตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ และยังมีชื่อของ นายองอาจ วงษ์ประยูร สส.สระบุรี และ นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยแต่ยังไม่ได้ระบุกระทรวง

พรรค พปชร. ได้ 4 เก้าอี้ ที่มีรายชื่อแล้วคือ นายสันติ พร้อมพัฒน์ ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข เก้าอี้ รมว.กลาโหม กำลังเจรจาต่อรองกับพรรคกล้าธรรม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเองแต่จะส่ง พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ เข้ามาดำรงตำแหน่ง ส่วนอีก 2 ตำแหน่งมีรายชื่อแล้วเป็น นางตรีนุช เทียนทอง กับ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดว่าจะนั่งกระทรวงใด อาจจะเป็นกระทรวงแรงงาน

สำหรับกลุ่ม นายสุชาติ ชมกลิ่น ชัดเจนแล้วว่า ได้ 3 เก้าอี้โดยเจ้าตัวได้นั่งรองนายกฯ ควบ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ คนสนิทนายสุชาติ เป็น รมว.อุตสาหกรรม นายธนกร วังบุญคงชนะ เป็น รมช.มหาดไทย กลุ่มของ นายศักดา วิเชียรศิลป์ ได้โควตา รมว. 1 เก้าอี้ และ รมช. 1 เก้าอี้ ซึ่งมีชื่อของ นายนริศ ขำนุรักษ์ ส่วนกลุ่มของ นายนิพนธ์ จะได้รับเก้าอี้ รมช. 1 เก้าอี้ ว่าที่รัฐมนตรีได้ทยอยกรอกประวัติเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว

“ทีมข่าวการเมือง”