เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึงวิกฤติของสภาพภูมิอากาศ ว่า พยากรณ์อากาศวันนี้ที่ยุโรป เมื่อฮีทเวฟครั้งใหญ่สุดหนหนึ่งกำลังเกิด ถึงตอนนี้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 20 รายในฝรั่งเศส ปกติฮีทเวฟจะมาช้ากว่านี้อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ และไม่น่าแรงเท่านี้ นั่นคือสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญสรุปไว้ แต่ผลของโลกร้อนบวกกับสภาพอากาศที่แปรปรวนหนัก ทำให้ปารีส 40 องศาฯ เพิ่งเกิดไปเมื่อวันก่อน อีกหลายเมืองในชายฝั่งฝรั่งเศส/สเปน ร้อนกว่านั้น บางเมืองอุณหภูมิสูงจนทำลายสถิติ

ความร้อนระดับ 40 องศาฯ อาจไม่เท่าไรสำหรับพวกเราคนไทย แต่สำหรับชาวยุโรปที่ไม่คุ้นเคย อาคารที่อยู่อาศัยไม่ได้ออกแบบไว้เช่นนั้น ตึกทึบ อาคารเก่าๆ ไม่มีแอร์ ฯลฯ ทำให้ผู้เฒ่าหลายคนจากไป เด็กเล็กที่รออยู่ในรถได้ที่อุณหภูมิ 20-25 องศาฯ รอไม่ได้ที่ 39-40 องศาฯ มีเด็กน้อยสองคนในฝรั่งเศสจากไปเพราะเหตุนี้เมื่อวาน

“อุณหภูมิในกรุงปารีสและมาดริดสูงกว่าปกติ 10-15 องศาฯ ผมบอกไปแล้วว่าภัยพิบัติจะมารัวๆ เมื่อโลกร้อนใกล้ 1.5 องศาฯ แบบถาวร คลื่นความร้อนที่มาถี่ ๆ ในยุโรปและซูเปอร์เอลนีโญที่กำลังจะมาในเขตเอเชีย/แปซิฟิก อาจทำให้ปีนี้เป็นปีร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์”

เราสร้างโลกร้อนรุนแรงขึ้นมาด้วยก๊าซเรือนกระจกจากการพัฒนา และจากการทำลายธรรมชาติที่เคยดูแลโลก ถึงตอนนี้ เรากำลังได้รับสิ่งที่เราทำต่อเนื่องมานาน ไม่เคยคิดจะหยุด มีแต่สัญญาปากเปล่า ไม่เคยมีความจริงเกิดขึ้น เราจึงได้รับผลจากการทำของเรา เพราะโลกไม่เคยสนใจ MOU หรือ Agreement ใดๆ ที่ปราศจากความหมายในความเป็นจริง เตรียมรอรับแรงกระแทกจากภัยพิบัติและเอลนีโญกัน นั่นคือสิ่งเดียวที่คนตัวน้อยๆ อย่างพวกเราทำได้ ในปีที่โลกกำลังเกรี้ยวกราดถึงขีดสุด