เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 04.00 น.ของวันนี้ ได้เกิดพายุฝนตกกระหน่ำตลอดทั้งคืนในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.บ้านเขว้า อ.แก้งคร้อ และ อ.เทพสถิต โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักสุดคือ อำเภอบ้านเขว้า
มวลน้ำสีแดงขุ่นจำนวนมากจากเทือกเขาและลำห้วยสายสำคัญ อาทิ ป่าเขาวง ห้วยยาง และห้วยบงน้อย ไหลบ่าเข้าท่วมถนนสาย 201 บริเวณหน้าวัดบ้านโนนแดง รถยนต์หลายคันจมน้ำเสียหาย นอกจากนี้ ถนนสาย 225 ชัยภูมิ–นครสวรรค์ ตั้งแต่หน้าวัดบ้านหนองบ่อและหน้าวัดหนองไผ่ ต.โนนแดง ก็ถูกน้ำท่วมสูง บ้านเรือน ร้านค้า และวัดริมถนนชัยภูมิ–นครสวรรค์หลายแห่งจมบาดาล ชาวบ้านและพระสงฆ์ต้องเร่งอพยพขึ้นที่สูง หลายรายต้องไปอาศัยกินอยู่บนศาลาวัด

นางสุภาพร ดวงวัฒนะพันธุ์ อายุ 76 ปี ชาวบ้านหนองบ่อ ต.โนนแดง เล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนลุกขึ้นมาเตรียมของไปทำบุญช่วงตีสาม แต่ไม่ทันไรน้ำป่าได้ทะลักเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว ข้าวของเสียหายแทบทั้งหมด ทั้งข้าวเปลือก ข้าวสาร เครื่องใช้ไฟฟ้า และทรัพย์สินอื่น ๆ มูลค่ากว่าแสนบาท เพราะในบ้านมีเพียงผู้สูงอายุ ไม่ทันขนหนีน้ำ เธอยืนยันว่า ตั้งแต่เกิดมากว่า 76 ปี เพิ่งเคยเจอภัยน้ำรุนแรงเช่นนี้
ด้านนายทรงวุฒิ พรมาก อายุ 65 ปี ชาว อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร เล่าว่า ขณะขับรถจากพิจิตรเพื่อไปทำธุระที่ขอนแก่น มาถึงพื้นที่น้ำท่วมบริเวณหน้าวัดโนนแดง รถเกิดดับกลางน้ำจนเสียหาย ต้องรอรถลากออกไปซ่อม พร้อมวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งป้ายเตือน เพื่อไม่ให้ผู้สัญจรถูกน้ำซัดจนรถพังเช่นเดียวกับตน

ขณะที่นายวรวุฒิ จิตจันทึก ส.อบจ.ชัยภูมิ เขต 2 ชี้สาเหตุน้ำท่วมครั้งนี้ มาจากการก่อสร้างถนน 4 เลนผ่านพื้นที่ ต.โนนแดง อ.บ้านเขว้า แต่ระบบระบายน้ำมีขนาดเล็กและไม่เพียงพอ ส่งผลให้มวลน้ำจากป่าเขาวงไม่สามารถไหลลงสู่ห้วยหนองจันทิและแม่น้ำชีได้สะดวก ถูกถนนตัดขวางจนเอ่อล้นเข้าท่วมถนนสายหลักและชุมชน รถยนต์ขนาดเล็กที่สัญจรไปมาหลายคันจมน้ำเสียหาย
ทั้งนี้ พายุฝนที่ตกลงมาในจังหวัดชัยภูมิยังทำให้ถนนหลายสายถูกน้ำท่วม และสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนใน 4 อำเภอสำคัญ ซึ่งเป็นโซนเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และการสัญจรอย่างหนักอีกด้วย



