ศึกเทนนิส แกรนด์สแลม รายการ “ยูเอส โอเพ่น” ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในประเภทชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ ยานนิค ซินเนอร์ แชมป์เก่า และมือ 1 ของรายการจากอิตาลี โคจรมาพบกับ คาร์ลอส อัลการาซ คู่ปรับเก่า และเต็ง 2 จากสเปน โดยการพบกัน 14 ครั้งที่ผ่านมาเป็น อัลการาซ ที่ทำได้ดีกว่า หลังเอาชนะไปได้ถึง 9 ครั้ง

เซตแรก อัลการาซ ที่ยังไม่เสียเซตเลยตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ อาศัยลูกโฟร์แฮนด์อันหนักหน่วง และแม่นยำเก็บแต้มเป็นว่าเล่น ขณะที่ ซินเนอร์ ตีเสียเองไปถึง 9 ครั้ง ส่งผลให้ อัลการาซ คว้าชัยไปได้สบาย 6-2

เข้าสู่เซตที่ 2 ซินเนอร์ กลับมาเล่นอย่างมีสมาธิมากขึ้น และเบรกได้ก่อนในเกมที่ 4 พร้อมขึ้นนำ 3-1 เกม ส่วน อัลการาซ กลับตีดร็อปลงไปอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่ นักหวดมือ 1 ของโลกจากอิตาลี จะเก็บเซตนี้ไป 6-3 ตามตีเสมอเป็น 1-1 เซต และทำให้ อัลการาซ เสียเซตใน ยูเอส โอเพ่น หนนี้เป็นครั้งแรก
เซต 3 ซินเนอร์ ตีหลุดตั้งแต่หัววัน และโดน อัลการาซ เบรกได้ตั้งแต่เกม 2 ก่อนที่ หนุ่มสเปน จะเบรกได้อีกครั้งในเกมที่ 4 ขึ้นนำ 4-0 เกม และเก็บเซตนี้ไปได้ 6-1 แซงขึ้นนำ 2-1 เซต

จากนั้นในเซตที่ 4 อัลการาซ ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และเบรกเกมเสิร์ฟของ ซินเนอร์ ได้ในเกมที่ 5 ขึ้นนำ 3-2 เกม ก่อนจะเอาชนะไปได้ 6-4 ส่งผลให้ อัลการาซ ชนะ ซินเนอร์ งดงาม 3-1 เซต 6-2, 3-6, 6-1, 6-4 ล้างตาจากที่เคยแพ้ในรอบชิงดำ วิมเบิลดัน ได้สำเร็จ พร้อมคว้าแชมป์ ยูเอส โอเพ่น ไปครองได้เป็นสมัยที่ 2
ยิ่งไปกว่านั้น อัลการาซ ซึ่งคว้าแชมป์แกรนด์สแลมไปครองเป็นรายการที่ 6 ในอาชีพ ยังจะขยับขึ้นไปเป็นมือ 1 ของโลกแทน ซินเนอร์ ที่ครองบัลลังก์มาอย่างยาวนานถึง 65 สัปดาห์อีกด้วย.
ภาพ AFP



