แต่ถ้าผู้นำมีวิสัยทัศน์เห็น “ประโยชน์สุขส่วนรวมของประเทศชาติ” เป็นเป้าหมาย ต้องการสะสางปัญหา ผ่าทางตัน เรียกคืนความเชื่อมั่น ปูทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน หน้าตา ครม.จะ “หล่อ” อีกแบบหนึ่ง
อะไร คือ สิ่งที่ประชาชนเบื่อหน่ายที่สุด นอกจากเรื่องพฤติกรรมของนักการเมืองหน้าเดิม ๆ แล้ว เรื่องเร่งด่วน คือปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาความขัดแย้งและความไม่มั่นคงตามแนวชายแดน ความแตกแยกของผู้คนในสังคม ไปจนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทรุดโทรม ปัญหาภัยพิบัติซ้ำซากทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และที่ร้ายแรงที่สุดคือปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน และ
ธรรมาภิบาลที่บิดเบี้ยวในระบบราชการ
ทั้งหมดนี้ คือ “ปัญหา 4 เสาหลักของความยั่งยืน” ที่รัฐบาลไม่เคยให้ความสำคัญเร่งด่วน มีแค่วาทกรรมที่สวยหรู
ถ้าฝันได้ เราอยากเห็นรัฐบาลชุดใหม่ ที่มีภารกิจระยะสั้น เรียก “ความศรัทธา” ของประชาชนให้กลับคืนมา เราฝันว่า นายกรัฐมนตรีท่านใหม่จะสร้างความเชื่อมั่นโดย “สร้างการเปลี่ยนแปลงที่โดนใจประชาชน” โชว์แนวทางแก้ไข Pain Point ใหญ่ของชาติ ใช้วิธีคิด “พอเพียง ยั่งยืน” เป็นยุทธศาสตร์คืน “ประโยชน์สุข” ให้กับประชาชน

ถ้าฝันเป็นจริง เราจะเห็นการซ่อมแซมเสาหลักความยั่งยืน ดังนี้
1.คน คือ Brand การคัดเลือกคณะรัฐมนตรีที่ว้าว จะเรียกความเชื่อมั่นได้ทันที ไทยเรามีคนเก่ง คนดีมากมาย สามารถซ่อมแซมระบบราชการให้ดีขึ้นได้ ซึ่งในภาวะปกติคนเก่งเหล่านี้คงไม่เปลืองตัวมารับใช้ชาติ และไม่อยากรับใช้รัฐบาลสีเทา ถ้านายกรัฐมนตรีท่านใหม่มี HR มืออาชีพ ช่วยสรรหาคนที่มีภาพลักษณ์ดี มีความสามารถตรงกับภารกิจของกระทรวงหลัก ไม่โอนเอียงตามอิทธิพลทางการเมือง รับรองเสียงเชียร์ถล่มทลาย แต่นี่คงเป็นแค่ฝัน
2.ภารกิจ ยิ่งใหญ่กว่าหน่วยงาน ในวิกฤติที่รุมเร้ามาทุกด้าน การทำงานแยกส่วนจะไม่เกิด Impact เราต้องรวมภารกิจเป็นหมวดหมู่ตามปัญหาสำคัญเร่งด่วน ที่ผ่านมา ทีมเศรษฐกิจแก้ปัญหาไม่ได้ ไม่ทันโลก ไม่ตอบโจทย์เศรษฐกิจท้องถิ่น เราต้องการรองนายกฯเศรษฐกิจที่มาจากเอกชน ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ สร้าง “ดรีมทีมเศรษฐกิจ” คัดเลือกคนเก่ง ๆ ด้านการค้า การเงิน การลงทุน มาร่วมทำงานกับ รมต. กระทรวงเศรษฐกิจต่าง ๆ รีบแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก การส่งออก การท่องเที่ยว และดันเศรษฐกิจใหม่ที่ใช้ความยั่งยืนเป็นตัวสร้างความสามารถการแข่งขัน
ถ้าเราแก้ปัญหาเสาหลักเศรษฐกิจได้ เราก็ใช้วิธีเดียวกัน ให้รองนายกฯอีก 3 ท่าน สร้างดรีมทีมที่ระดมมืออาชีพในอีก 3 เสาหลัก “ดรีมทีมสังคม” “ดรีมทีมสิ่งแวดล้อม” และ “ดรีมทีมสันติภาพ และธรรมาภิบาล” รองนายกฯ 4 ท่านนี้ที่จริงแล้วคือ “ดรีมทีมความยั่งยืนแห่งชาติ” ที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
3.ชูโครงการเรือธงด้านความยั่งยืน มิใช่ประชานิยม เมื่อตั้งรัฐบาลได้ ให้รีบเปิดตัวโครงการ Flagship ระยะสั้นที่ว้าว ๆ ทั้ง 4 ด้าน 1. เศรษฐกิจ 2. สังคม 3. สิ่งแวดล้อม 4. สันติภาพและธรรมาภิบาล อาจจะเป็นโครงการเดี่ยว หรือชุดโครงการก็ได้ ที่ไม่ใช่การแจกเงิน กาสิโน หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ การขับเคลื่อนชุดโครงการเรือธงทั้ง 4 ด้าน รีบทำโดยด่วน ด้วยดรีมทีมทั้ง 4 ที่มีรอง
นายกฯผู้รับผิดชอบรายงานตรงต่อประชาชนได้เลย นี่คือการโชว์ “หนังตัวอย่าง” เรือธงความยั่งยืน ที่ใช้ปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนของประชาชนเป็นตัวตั้ง และ SDG เป็นเป้าหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และเรียกคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่ สามารถทำตามคำแนะนำนี้ได้เกินครึ่ง จะเป็นการส่งสัญญาณว่า “นักการเมืองก็เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม เห็นประโยชน์สุขส่วนรวม อยู่เหนือผลประโยชน์ส่วนตน” นี่คือนักการเมืองต้นแบบที่ประชาชนต้องการ
ทำแค่ 3 เรื่องนี้ให้ ว้าว จะเรียก “ศรัทธา” ของประชาชนคืนมา ภาพจำใหม่จะแตกต่างจากภาพความล้มเหลวในอดีต ที่เหล่านักการเมืองเชื่อถือไม่ได้ เอาประโยชน์ส่วนตนและพรรคพวกเป็นใหญ่สร้างสังคมสีเทา ขาดคุณธรรม จริยธรรม
ระหว่างนี้แม้จะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสั้น ๆ แต่ประชาชนก็มีความสุข อิ่มเอมกับ “ความฝัน” นี้ ในไม่ช้าเราคงจะต้องตื่นขึ้นมา เพื่อพบกับ “ความจริง”… หวังว่าคราวนี้ ความจริงจะใกล้เคียงกับภาพที่พวกเราฝันไว้.



