นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปีงบประมาณ 2568กรมชลประทาน มีรายการงบประมาณรายจ่ายลงทุนทั้งหมด 10,787 รายการ ภายใต้งบประมาณทั้งสิ้น 82,746.72 ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุน 72,323.32 ล้านบาท ในจำนวนนี้กรมชลประทานได้ดำเนินโครงการจ้างแรงงานชลประทานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ประจำปีงบประมาณ 2568 ระยะเวลาการจ้างแรงงาน 12  เดือน ระหว่างเดือนต.ค.2567 – ก.ย.2568วงเงินจ้างแรงงาน 5,553.42 ล้านบาท

ล่าสุด ณ 31 ก.ค.2568 มีการจ้างงานแล้วทั้งสิ้น จำนวน 83,961 คน คิดเป็น  99.11%  ของแผนจ้างแรงงานตลอดปีงบประมาณ 2568จำนวน 84,716 คน วงเงินที่ใช้ในการจ้างแรงงาน 3,804.31 ล้านบาท คิดเป็น 68.50% ของวงเงินงบประมาณในการจ้างแรงงาน 5,553.42 ล้าน  เฉลี่ยเกษตรกรได้เงินสะสมจากการเข้าร่วมโครงการจ้างแรงงานชลประทานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ประจำปีงบประมาณ 2568 คนละ 45,310.45 บาท (นับตั้งแต่เริ่มโครงการถึงปัจจุบัน)

ส่วนผลการจ้างแรงงานมากที่สุด 3 ลำดับ คือ สำนักงานชลประทานที่ 5 จำนวน 10,900คน วงเงินในการจ้างแรงงาน 463.28 ล้านบาท , สำนักงานชลประทานที่ 7 จำนวน 10,458 คน วงเงินในการจ้างแรงงาน 691.88 ล้านบาท และสำนักงานชลประทานที่ 8 จำนวน 7,236 คน วงเงินในการจ้างแรงงาน 330.70 ล้านบาท

สำหรับจังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด 3ลำดับ คือ จังหวัดสกลนคร จำนวน 5,231 คน วงเงินในการจ้างแรงงาน 147.67 ล้านบาท , จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 4,468 คน วงเงินในการจ้างแรงงาน 182.43 ล้านบาท และจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 3,782 คน วงเงินในการจ้างแรงงาน 265.98 ล้านบาท

กิจกรรมที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด 3 ลำดับ คือ  งานซ่อมแซม จำนวน 38,828คน วงเงินในการจ้างแรงงาน 1,221.93 ล้านบาท  งานก่อสร้างฯ จำนวน 15,243 คน วงเงินในการจ้างแรงงาน 1,157 ล้านบาท  และงานปรับปรุง จำนวน 13,195 คน วงเงินในการจ้างแรงงาน 695.74 ล้านบาท

“เชิญชวนเกษตรกร เข้าร่วมโครงการจ้างแรงงานชลประทานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ตามนโยบายของนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ โดยงานที่จะจ้างเกษตรกรเพื่อปฏิบัติงานในด้านชลประทานต่าง ๆ อาทิ การซ่อมแซม การขุดลอก การบำรุงรักษา การปรับปรุงระบบชลประทาน รวมทั้งโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ    เพื่อช่วยเสริมรายได้ให้เกษตรกรจากการว่างเว้นการทำการเกษตร”  

การจ้างแรงงานจะพิจารณาจ้างแรงงานตามลำดับ คือ  1.เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร/เกษตรกรในพื้นที่  2. สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำของกรมชลประทานในพื้นที่ดำเนินโครงการ  3. ประชาชน และผู้ใช้แรงงานทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย/ภัยแล้ง  4. ประชาชน และผู้ใช้แรงงานทั่วไป ในพื้นที่ และ 5. หากแรงงานที่ต้องการในพื้นที่เป้าหมายมีไม่เพียงพอ ให้พิจารณาจ้างเกษตรกร/แรงงานในพื้นที่ใกล้เคียงจากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และลุ่มน้ำ ตามลำดับ