จากกรณี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการดำเนินโครงการนี้ โดยเฉพาะในด้านระบบ ซึ่งเป็นระบบที่เคยพัฒนามาแล้ว และสามารถนำกลับมาใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องสร้างใหม่ จึงช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากร ทำให้สามารถเดินหน้าโครงการได้ทันทีที่รัฐบาลอนุมัติ
งบประมาณพร้อมรองรับ หากต้องการขยายก็ทำได้
ในส่วนของงบประมาณ คลังมีเงินสำรองสำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่แล้วกว่า 25,000 ล้านบาท ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้ทันที และหากรัฐบาลต้องการวงเงินเพิ่มเติม ก็สามารถพิจารณาโยกเงินจากงบกลางมาสมทบได้อีก ทำให้มั่นใจได้ว่าโครงการนี้จะเดินหน้าได้อย่างราบรื่น
คุณสมบัติและวิธีลงทะเบียนสำหรับประชาชน
สำหรับประชาชนทั่วไปที่ต้องการร่วมโครงการ คนละครึ่ง 2568 จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
-สัญชาติไทย
-อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
-มีบัตรประจำตัวประชาชน
-ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
วิธีลงทะเบียนคนละครึ่ง
1.ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: เข้าไปที่เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com (ซึ่งยังไม่เปิดให้ลงทะเบียนในขณะนี้) และกรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน
2.ดาวน์โหลดแอป “เป๋าตัง”: เมื่อลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์แล้ว ให้ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อใช้สิทธิ
3.ยืนยันตัวตน: กรอกรหัส OTP ที่ได้รับทาง SMS เพื่อยืนยันการลงทะเบียน
4.รอผล: รอรับ SMS แจ้งผลการสมัครว่าผ่านหรือไม่ภายใน 2-3 วัน
สำหรับผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการในรอบก่อนและยังคงมีแอปฯ “เป๋าตัง” อยู่แล้ว เพียงแค่กดยืนยันสิทธิก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้เลย
ร้านค้าใหม่และร้านค้าเดิมต้องทำอย่างไร?
ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่าสำหรับร้านค้าเดิมที่ยังคงมีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” สามารถกลับมาใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ แต่สำหรับร้านค้าใหม่ที่ต้องการเข้าร่วม จะต้องดำเนินการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือแจ้งผ่านสาขาของธนาคารกรุงไทย และดาวน์โหลดแอปฯ “ถุงเงิน” เพื่อใช้ในการรับชำระเงิน
เงื่อนไขร้านค้า
-เป็นกิจการประเภท ร้านอาหาร/เครื่องดื่ม/สินค้าทั่วไป
-เป็นผู้ประกอบการรายย่อยและไม่ได้จดทะเบียนในรูปแบบนิติบุคคล
-ไม่เป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์
เงินที่ร้านค้าจะได้รับจากการขายสินค้าจะถูกแบ่งเป็นสองส่วน: ส่วนที่ประชาชนชำระ (G-Wallet) จะได้รับในช่วงเช้ามืด (02:00 – 06:00 น.) ของวันถัดไป และส่วนของภาครัฐจะได้รับในช่วงเย็น (17:30 – 19:00 น.) ของวันถัดไปเช่นกัน
แม้ว่ารายละเอียดสำคัญอื่นๆ เช่น วงเงินรวมของโครงการ หรือสัดส่วนการร่วมจ่ายที่อาจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม (เช่น 60:40) ยังต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาล แต่สิ่งที่ยืนยันได้ตอนนี้คือ กระทรวงการคลังพร้อมเดินหน้าเต็มที่ทันทีที่ได้รับสัญญาณจากรัฐบาลเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านโครงการนี้..



