เมื่อวันที่ 9 ก.ย. จากกรณีเหตุสลดใจ หนุ่มวัย 17 ปี เสียชีวิตจากการถูกไฟดูด ขณะเข็นรถจักรยานยนต์ฝ่าน้ำท่วมบริเวณถนนแพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เมื่อคืนวันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา ต่อมา นางสาววศินี ก๊กเจริญทรัพย์ อายุ 37 ปี ผู้เป็นแม่ เดินทางมาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณของลูกชายกลับบ้านเกิดที่ จ.ลพบุรี โดยไม่ได้นิมนต์พระสงฆ์มาประกอบพิธี เนื่องจากค่อนข้างขัดสนเรื่องค่าใช้จ่าย พร้อมฝากคำถามไปถึงผู้รับเหมา ว่าเหตุใดจึงปล่อยให้เกิดความไม่ปลอดภัย จนทำให้ลูกชายต้องมาจบชีวิตก่อนวัยอันควร
ล่าสุดตัวแทนจากบริษัทที่ถูกว่าจ้างให้ดำเนินการปรับปรุงถนนที่เกิดเหตุ เดินทางมาที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ เข้าพบ พ.ต.อ.จักรกฤช ศรีโรจนกูร ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ก่อนที่จะส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำทั้ง 3 คน เพื่อเตรียมแจ้งข้อหาดำเนินคดี
ตัวแทนบริษัทที่ถูกว่าจ้าง กล่าวสั้นๆ ว่า หลังเกิดเหตุตนได้โทรฯ ติดต่อไปหาแม่ของผู้เสียชีวิต เพื่อเสนอการช่วยเหลือค่าทำศพในเบื้องต้นแล้ว แต่ทางผู้เสียหายปฏิเสธการช่วยเหลือ และยังไม่สะดวกที่จะรับ แต่หลังจากนี้ทางตนจะเดินทางไปร่วมงานที่ จ.ลพบุรี และพูดคุยกับผู้เสียหายต่อไป

พ.ต.อ.จักรกฤช ศรีโรจนกูร ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้ง ทางพนักงานสอบสวนได้ประสานทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้อยู่หว่างรอผลการตรวจสอบ ว่าเกิดจากความประมาทและการผิดพลาดในการต่อระบบไฟฟ้าหรือไม่ วันนี้พนักงานสอบสวนจึงได้เชิญผู้จัดการ วิศกรประจำโครงการ และผู้ควบคุมงานก่อสร้าง มาสอบปากคำในเบื้องต้น เพื่อรวบรวมหลักฐานและพิจรณาแจ้งข้อหาที่เกี่ยวข้องต่อไป
ขณะที่ นายก้องภพ ประจำแท่น เจ้าหน้าที่กำกับกิจการพลังงาน ปฏิบัติการสำนักงาน กกพ.ประจำเขต 13 พร้อมคณะเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และนายธนพัต ธนัตเจริญ กรรมการผู้ใช้พลังงาน ประจำเขต 13 ผู้แทนผู้ใช้พลังงานจังหวัดสมุทรปราการ เดินทางมาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสอน ก่อนจะเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและประสานกับการไฟฟ้านครหลวงเขตสมุทรปราการ ที่ได้ร่วมกับ เทศบาลตำบลแพรกษา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ลงพื้นที่ตรวจสอบ ได้ข้อมูลว่าบริษัทผู้ได้รับการว่าจ้างงานปรับปรุงผิวถนนแพรกษา ช่วงตั้งแต่หน้าวัดแพรกษาจานถึงหน้าบริษัทพิพัฒนกิจเท็กซ์ไทล์ เจ้าของโครงการคือสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรปราการ

โดยช่างผู้รับเหมาได้ต่อไฟพ่วงจากเสาไฟฟ้าส่องสว่างมาใช้เป็นไฟส่องสว่างในการทำงานเวลากลางคืน และติดตั้งไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน โดยการติดตั้งสายไฟฟ้าไปบริเวณขอบแบริเอร์ และได้ละเมิดต่อพ่วงไฟไปใช้งานโดยที่ไม่ได้แจ้งกับเทศบาลตำบลแพรกษา
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรปราการ ได้รื้อถอนตัดวงจรระบบจ่ายไฟฟ้าดังกล่าวทั้งหมดตลอดแนวการก่อสร้างแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ซึ่งตรงนี้ไม่ใช้ความรับผิดชอบของการไฟฟ้า จึงไม่มีเหตุที่การไฟฟ้าต้องเยียวยาในเหตุการณ์นี้ วันนี้จึงเดินทางมาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน



