สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่า เกือบ 1 ใน 10 ของประชากรในกลุ่มอายุดังกล่าว จะเป็นโรคเรื้อรังนี้ในปี 2568 เนื่องจากอาหารแปรรูปขั้นสูงหาได้ง่าย แม้แต่ในประเทศซึ่งเด็กกำลังประสบกับปัญหาภาวะทุพโภชนาการ

อัตราความชุกของเยาวชนที่มีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ มีแนวโน้มลดลงจาก 13% เหลือ 10% ระหว่างปี 2543-2565 ในกลุ่มอายุ 5-19 ปี ตามข้อมูลที่รวบรวมจาก 190 ประเทศ ด้านจำนวนผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ในช่วงวัยเดียวกัน เพิ่มสูงขึ้นอีกสองเท่าจาก 194 ล้านคนเป็น 391 ล้านคน

เมื่อปี 2565 ประชากรทั่วโลกที่มีอายุระหว่าง 5-19 ปี หรือ 163 ล้านคน มีภาวะอ้วน 8% เทียบกับ 3% เมื่อปี 2543 ขณะที่ยูนิเซฟเชื่อว่า จุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ได้มาถึงแล้วในปีนี้ โดยอัตราความชุกของโรคอ้วนทั่วโลกอยู่ที่ 9.4% แซงหน้าอัตราความชุกของภาวะน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ที่ 9.2% อีกทั้งมีการคาดการณ์ว่า เด็กและวัยรุ่น 188 ล้านคนเป็นโรคอ้วน

ยูนิเซฟให้เหตุผลว่า สาเหตุของปัญหามาจากการดำเนินธุรกิจอย่างผิดจริยธรรม ที่มุ่งหวังผลกำไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงเรียน ที่ซึ่งพวกเขาต้องสัมผัสกับเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และขนมขบเคี้ยวรสเค็ม นอกจากนั้น อาหารแปรรูปเหล่านี้มักมีราคาถูกกว่าอาหารสด เช่น ผลไม้ ผัก และโปรตีน

ในอดีต ระดับน้ำหนักเกินเคยสูงกว่าในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ชิลีที่ 27% และสหรัฐที่ 21% ในกลุ่มอายุ 5-19 ปี

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2543 ช่องว่างระหว่างประเทศร่ำรวยและยากจนได้แคบลง อัตราโรคอ้วนจึงพุ่งสูงขึ้นในบางเกาะของมหาสมุทรแปซิฟิก รวมถึงประเทศและดินแดนขนาดเล็กอย่างนีอูเอ ที่ 38% และหมู่เกาะคุก ที่ 37%.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES