สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ว่ารองประธานาธิบดีเจ.ดี.แวนซ์ กล่าวว่า มีแผนเดินทางไปยังสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อร่วมพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ ( เอ็มโอยู ) กับอิหร่านอย่างเป็นทางการ แต่ยังไม่สามารถระบุกรอบเวลาที่แน่ชัดได้ แต่คาดการณ์ว่า การเจรจาทางเทคนิคเพื่อกำหนดรายละเอียดขั้นสุดท้ายของข้อตกลง จะเริ่มขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยแวนซ์มีแนวโน้มจะเป็นผู้นำคณะเจรจาของสหรัฐด้วยตนเอง


เกี่ยวกับมาตรการผ่อนปรนด้านพลังงาน แวนซ์กล่าวว่า สหรัฐมีความเชื่อมั่นว่าสามารถติดตามเส้นทางการเงินของอิหร่านได้ผ่านกลไกคว่ำบาตรทางการเงินที่ยังคงมีผลบังคับใช้ และจะสามารถตรวจสอบได้ หากมีการนำรายได้จากการขายน้ำมันไปสนับสนุนกลุ่มนักรบตัวแทนในภูมิภาค อาทิ กลุ่มฮิซบอลเลาะห์


รองผู้นำสหรัฐกล่าวด้วยว่า รายได้จากการส่งออกน้ำมันเพียงไม่กี่ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยังไม่เพียงพอที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจอิหร่าน ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาเงินเฟ้อสูงและความเสียหายอย่างหนักต่อภาคอุตสาหกรรม


ในประเด็นทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ แวนซ์ยอมรับว่า ยังไม่ทราบมูลค่าที่แน่นอน แม้เคยมีการประเมินว่าสูงกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 3.28 ล้านล้านบาท ) หรืออาจมากกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 6.56 ล้านล้านบาท ) โดยระบุว่า เงินส่วนใหญ่อยู่ในสถาบันการเงินนอกสหรัฐ และการปลดล็อกทรัพย์สินดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามเงื่อนไขของอิหร่าน รวมถึงการลดหรือทำลายคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ


ส่วนข้อเสนอการจัดตั้งกองทุนมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 9.83 ล้านล้านบาท ) เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูอิหร่านภายใต้ข้อตกลงสันติภาพถาวรนั้น แวนซ์กล่าวว่ายังเร็วเกินไป ที่จะระบุแหล่งที่มาของเงินทุน แต่เชื่อว่าหลายประเทศในโลกอาหรับ รวมถึงนักลงทุนภาคเอกชน อาจสนใจเข้ามามีส่วนร่วม หากอิหร่านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและได้รับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร


เกี่ยวกับท่าทีไม่พอใจอย่างหนักของอิสราเอล ที่มีต่อเอ็มโอยูระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน แวนซ์ยอมรับว่า ปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอนที่ทำให้พลเรือนเสียชีวิต เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขุ่นเคืองมาก

นอกจากนี้ แวนซ์เตือนสติคณะรัฐมนตรีอิสราเอลที่ออกมาโจมตีทรัมป์ ว่าอาวุธป้องกันประเทศของอิสราเอลถึง 2 ใน 3 ล้วนสร้างและจ่ายโดยภาษีของชาวอเมริกัน และทิ้งท้ายว่า “ทรัมป์เป็นผู้นำประเทศเพียงคนเดียวในโลก ที่ยังคงเป็นมิตรและเห็นใจอิสราเอล”.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS